Search blog.co.uk

  • บันทึกสมุดสีแดง (2) ว่าด้วย : สื่อ การสร้างสื่อและการจัดตั้งของคนเสื้อแดง

    ว่าด้วย : สื่อ การสร้างสื่อและการจัดตั้งของคนเสื้อแดง

    โ ดย สมุดบันทึกสีแดง

    ก่อนเข้าสู่ประเด็นเรื่องสื่อ ผู้เขียนอยากชวนเพื่อนๆเสื้อแดงให้มาร่วมกันพัฒนาเสนอแนวคิดเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม ปัจจุบันมาตรฐานในสังคมไทยมันอยู่ในขั้นเน่าเฟะ ไม่ว่าจะเป็นระบบความยุติธรรม มาตรฐานในการเสนอข่าวของสื่อสารมวลชนกระแสหลัก กติกาความเป็นประชาธิปไตย การอัดฉีดอุดมการณ์ขวาจัดแบบไทยๆที่ใช้ราชวงศ์จักรีเป็นเครื่องมือหลักอย่างเว่อร์ๆมอมเมาประชาชน องค์ประกอบเหล่านี้ การปฏิรูปภายในกรอบเดิมนั้นไม่สามารถที่จะเยียวยาสังคมไทยมันเดินทางมาถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งหมดอย่างถอนรากถอนโคน

    อย่างไรก็ตามโครงสร้างเน่าๆจริงอยู่มันมีความเสื่อม แต่ความเสื่อมนี้จะไม่ตายไปเองอย่างอัตโนมัติ หน้าที่ของพวกเราคือจี้จุดอ่อนของมันให้มากที่สุดเพื่อลดความชอบธรรมของการดำรงอยู่ของมัน เปิดโอกาสให้โครงสร้างสังคมที่เหมาะสมกับทุกคนเกิดขึ้นมา ความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้มันมีหน่ออ่อนของสังคมใหม่ ในหลายด้านพวกเราคนธรรมดานี่แหละได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาภาระกิจต่อไปนั้นเราต้องช่วยกันคิดและพัฒนาต่อ เพราะพวกนักวิชาการเสื้อเหลืองจะคิดหาทุกวิธีการพยุงโครงสร้างเน่าๆให้กดขี่เราต่อไป (ล่าสุด บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถูกจับผิดว่าพร้อมจะโกหกเรื่องกฎหมายหมิ่นฯ ในสังคมสากล แต่คนแบบนี้หน้าด้านไม่อายใคร) คนเสื้อแดงอยู่ในทุกส่วนของสังคมฉะนั้นเราเริ่มจากตรงนั้นได้เพราะเรารู้ดีว่าในวงการของเรามันแย่อย่างไร มันรับใช้ใครอย่าง และเราอยากให้มันเป็นอย่างไร

    สื่อ

    วงการสื่อสารมวลชนมันจะเลวร้ายกว่านี้ไปไม่ได้อีกแล้วเพราะมันเดินทางมาถึงจุดต่ำสุดของความเสื่อมทรามในทุกด้าน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตามมาติดๆจากวิกฤติ คือ การเกิดขึ้นของคลื่นลูกใหม่ที่น่าทึ่งในหลากหลายรูปแบบ การใช้บล็อคใช้อินเตอร์เนตเป็นเครื่องมือต่อสู้กับเผด็จการ ปรากฎการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น มันเกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ว่าจะเป็น อิหร่าน อียิปต์ หรือ ประเทศจีน ก็เช่นเดียวกัน คนเสื้อแดงต้องแปรเปลี่ยนอารมณ์โกรธให้เป็นพลัง เป็นหอกทิ่มแทงพวกอำมาตย์ ในระยะยาวเราต้องรณรงค์ให้เอาสื่อมาเป็นของประชาชน พร้อมๆกับต้องจัดการกับพวกสื่อเหลืองขี้ข้ารับใช้เผด็จการ การรณรงค์เรื่องสื่อเราจะต้องทำความเข้าใจอย่างชัดเจนในประเด็นต่อไปนี้

    สื่อล้างสมองคนได้จริงหรือ?

    คำโกหกติดปากของพวกเหลือง คือ ชาวบ้านเข้าไม่ถึงข้อมูล หรือ ได้ข้อมูลมาก็ถูกหลอก ไม่ว่าจะพูดยังไงพวกนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในตรรกะของการเมืองว่าชาวบ้านเป็นเหยื่อ..โง่ ส่วนความวิตกกังวลของเสื้อแดงนั้นจะอยู่ที่ประเด็นการคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จของเผด็จการ ทำให้ความเป็นจริงในสังคมถูกผูกขาด? ทำให้สังคมไม่เข้าใจคนเสื้อแดง? ความกังวลที่มีเหตุผลเหล่านี้เราต้องมาพิจารณาจากข้อมูล ความเป็นจริงที่ดำรงอยู่
    ตัวอย่างที่หนึ่ง ข่าวพระราชสำนักของพวกกษัตริย์และราชวงศ์ ข่าวนี้มีออกอากาศทุกวันเพื่อสร้างภาพว่าพวกนี้ทำเพื่อประชาชนและประชาชนรัก คนที่ชอบดูและเลื่อมใสจริงก็คงมีแต่คนที่เห็นต่างก็มีด้วยอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเรามีโอกาสดูร่วมกับชาวบ้านบางส่วนจะพบว่าเขาดูข่าวนี้แบบ “ดูไปด่าไป” ข่าวลือในเชิงลบทั้งหลายถูกใส่สีตีไข่สนุกสนานเพื่อฆ่าเวลา หรือ การฉวยโอกาสที่มีข่าวราชสำนักไปนั้นอาบน้ำอาบท่า หรือ ออกไปสูบบุหรี่เพื่อเตรียมตัวดูละครทีวีน้ำเน่าอันเป็นความบันเทิงราคาถูกที่สรรหาได้ง่าย แล้วก็เปิดทีวีทิ้งไว้ให้หมาให้แมวดูข่าวในพระราชสำนักแทน ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าว่าคนไม่ได้เป็นเหยื่อของสื่อ

    ตัวอย่างที่สอง ข่าวการลงประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เมื่อก่อนพวกเหลืองมักอ้างว่ายุคทักษิณนั้นรัฐบาลแทรกแซงสื่อ แต่พอรัฐประหาร 19 กันยา พวกท๊อปบู๊ทเข้ามาคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จ พวกเหลืองก็ไม่มีใครมาวิจารณ์เรื่องนี้สักแอะ! หนำซ้ำยังช่วยรณรงค์อย่างขันแข็งให้ประชาชนช่วยๆรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ไปก่อน มีปัญหาแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง ในขณะเดียวกันนั้นรัฐบาลเผด็จการทหารได้ห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้มีการโฆษณารณรงค์เพื่อไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลเผด็จการทหารได้ใช้สื่อทุกชนิดเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญของตนเอง เท่านั้นยังไม่พอยังมีการประกาศกฎอัยการศึกกว่า 30 จังหวัดบังคับไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองซึ่งกินความถึงการรณรงค์ไม่รับร่างฯ 50 ด้วย ผลออกมาประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ 50 แต่ด้วยคะแนนเฉียดฉิวเท่านั้น ทั้งๆที่เผด็จการใช้สื่อในทุกช่องทาง ตัวอย่างนี้ก็ยืนยันอีกว่าประชาชนคิดเองและเลือกเองได้ มีอีกหลายตัวอย่างที่ยืนยันว่าสื่อมีขีดจำกัดในการล้างสมอง

    จะจัดการสื่อขี้ข้าเผด็จการอย่างไร

    สื่อมีขีดจำกัดในการชักชวนให้คนเชื่อเผด็จการ แต่ความจริงข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้พวกนี้เห่าไปเรื่อยๆ คนเสื้อแดงต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านตรวจสอบสื่อที่รับใช้เผด็จการโดยเฉพาะในด้านจรรยาบรรณ มาตรฐานแท้ในสังคมถึงจะเกิดขึ้นได้ หนทางมีหลายสายให้เลือก เช่น คนเสื้อแดงจะต้องมาเริ่มจัดเรตความน่าเชื่อถือของสื่อ ข่าวแต่ละช่องมีความน่าเชื่อถือกี่ % หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับมีความเชื่อถือฉบับละกี่ % นักวิเคราะห์ข่าวแต่ละคนจุดยืนเหลืองกี่% ยึดมั่นประธิปไตยกี่% นักข่าวคนไหนชอบโกหก เปิดโปงออกมาให้หมดไปตามเครือข่ายของพวกเรา และชักชวนให้ส่วนอื่นของสังคมมาร่วมตั้งคำถามกับสื่อพวกนี้ด้วย จากนั้นอาจจะจัดงานเพื่อมอบรางวัลนักข่าวยอดแย่แต่ยอดเยี่ยมในการรับใช้เผด็จการเปิดโปงให้สุดๆไปเลย นี่เป็นการเขียนประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลัง รุ่นลูกรุ่นหลานของเราดูอย่างเป็นรูปธรรม อย่าให้พวกนั้นมันทำเราฝ่ายเดียว ถ้านักข่าวภาคสนามของสื่อกระแสหลักอยากพิทักษ์ความจริง คนเสื้อแดงก็ต้องชักชวนนักข่าวภาคสนามให้สู้กับกอง บก. ของพวกเขาเองว่าต้องรายงานข่าวทั้งสองด้าน ถ้าพวกกอง บก.มันไม่เอา ให้ส่งข่าวเหล่านั้นมาที่สำนักข่าวของเสื้อแดงเพื่อตีแผ่ความจริง

    ใครควรเป็นเจ้าของสื่อ

    ประเด็นต่อไปที่เราจะต้องชัดเจน คือ ใครควรจะเป็นเจ้าของสื่อ ปัจจุบันคนที่เป็นเจ้าของคือรัฐบาล นายทุนหนังสือพิมพ์ และทหาร ตามหลักการแล้วคนที่ควรจะเป็นเจ้าของสื่อคือประชาชน นั่นหมายความว่าเราต้องขับไล่ทหารออกไปจากวงการสื่อสารมวลชนให้หมด มันไม่ใช่หน้าที่ของพวกสีเขียวแม้แต่น้อยที่จะมาจุ้นจ้านเรื่องสื่อ สำหรับสื่อหนังสือพิมพ์ยุคนี้ถูกควบคุมโดยนายทุนใหญ่ที่หมอบคลานกับอำมาตย์ ในอนาคตหนังสือพิมพ์ไม่ควรจะตกอยู่ภายใต้อำนาจนายทุนใหญ่แต่ควรจะมีรูปแบบสหกรณ์ที่บริหารโดยนักข่าวเองภายใต้จรรยาบรรณการเสนอความจริงของนักหนังสือพิมพ์ สื่อที่สามคือสื่อของรัฐบาลซึ่งไม่ควรถูกควบคุมโดยรัฐบาลแต่ควรจะเป็นสื่อสาธารณะที่มีผู้แทนประชาชน เข้ามาเป็นคณะกรรมการบริหารโดยสะท้อนทุกมุมมองของสังคม ซึ่งจะต่าง TPBS ในยุคนี้หรือ NBT ที่ถูกควบคุมโดยอิทธิพลของพวกเสื้อเหลือง

    ถ้าจะมีสื่อเสรีจะต้องยกเลิก กฎหมายเซ็นเซ่อร์ กฎหมายหมิ่นฯ กฎหมายคอมพิวเตอร์ เพราะกฎหมายพวกนี้มันทำลายมาตรฐานของระบบสื่อสารมวลชนลงอย่างย่อยยับ รัฐบาลไม่ควรจะมีสิทธิในการตรวจสอบเนื้อหาของวิทยุชุมชนหรือสถานีวิทยุที่ถ่ายทอดผ่านอินเตอร์เนต เพราะอำนาจแบบนั้นขัดกับหลักการประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามในสังคมอารยะจะต้องมีการควบคุมสื่อแบบ ASTV ที่จงใจโกหกและชักชวนให้มีการใช้ความรุนแรงต่อผู้ที่รักประชาธิปไตย

    ทีนี้เราต้องมาดักคอข้อเสนอของพวกเหลืองในประเด็นว่าใครควรจะเป็นเจ้าของสื่อ พวกนี้จะเสนอเป็นประจำว่าว่า ต้องมีการแต่งบอร์ดบริหารโทรทัศน์โดยผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ความสามารถซึ่งบอร์ดบริหารเหล่านี้จะต้องเป็นอิสระ คอนเซพต์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นคำโกหกคำโต เพราะในรูปธรรมคำว่าอิสระนั้นมันเป็นความอิสระจากการตรวจสอบของประชาชน เราต้องฟันธงไปเลยว่าโทรทัศน์มันต้องเป็นของประชาชน หากต้องการฝ่ายค้านนั้นก็ให้เลือกตั้งตัวแทนแต่ละฝ่าย ต้องเอาคนที่กล้าประกาศตรงๆว่าเป็นสีเหลือง เป็นสีแดง ในปริมาณที่เท่ากันให้มาคานกัน ส่วนพวกที่อ้างว่าเป็น “กลาง” (อีแอบ) เราต้องเขี่ยออกไปเช่นเดียวกันเพราะพวกนี้ตอแหลเรื่อยๆเพื่อให้ตัวเองดูดี สุดท้ายมันก็เป็นเหลืองอ๋อยหมด อย่างไรก็ตามในขณะที่สื่อมันยังไม่ได้เป็นของประชาชน คนเสื้อแดงต้องมีสื่อเป็นของตัวเอง แต่เป้าหมายระยะยาวเราต้องเอาสื่อมาเป็นของประชาชน

  • ว่าด้วย : สื่อ การสร้างสื่อและการจัดตั้งของคนเสื้อแดง (2)

    สื่อของคนเสื้อแดง

    โดย สมุดบันทึกสีแดง

    ลักษณะหน่ออ่อนที่น่าชื่นชมและต้องช่วยกันประคับประคอง คือ ในระดับชาวบ้านจะเจอปรากฎการณ์ข่าวเราๆเล่าเองผ่านวิทยุชุมชน รูปแบบเหมือนที่พวกเขาเห็นในทีวีนั่นแหละแต่ทิศทางนั้นตรงกันข้ามกับนักข่าวน้ำเน่าในทีวี ชาวบ้านเสื้อแดงวิจารณ์นักการเมืองทั้งสองฝ่าย ตบท้ายด้วยการด่าเผด็จการเชิดชูประชาธิปไตย มันคือความน่าทึ่งของคนธรรมดาที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้นำเป็นผู้ตามอย่างมีคุณภาพเพราะมีส่วนร่วมซึ่งกันและกัน สังคมในโลกไซเบอร์ก็เช่นเดียวกันเราเห็นนักวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นมาอย่างหลากหลายข้อเสนอเหล่านี้ก็มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ก็วิจารณ์กลับภายใต้การใช้เหตุผลให้ข้อมูลเพิ่มซึ่งเป็นลักษณะของการร่วมกันนำในระดับฐาน บางคนเริ่มจากการด่า เมื่อด่าเบื่อแล้วก็หันมาสนใจในระดับแนวความคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และอะไรคืออุปสรรคแท้ที่เป็นก้างขวางคอประชาธิปไตยอยู่

    เอาเข้าจริงๆคนที่สังเกตุคนเสื้อแดง แม้แต่คนเสื้อแดงเองก็เห็นว่านักการเมืองเก่ามีขีดจำกัดในการนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคลน เพราะเป็นนักเลือกตั้งและต้องการอยู่ในกติกาของกรอบปัจจุบัน บ่อยครั้งประเด็นทางการเมืองจึงย่ำอยู่กับที่ในขณะที่คนธรรมดาทั้งใจและอารมณ์นั้นไปไกลแล้ว เพียงแต่หาทางกำหนดรูปร่างองค์กรของตัวเองยังไม่ได้ แต่ใช่ว่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะไม่มีนักการเมืองหัวก้าวหน้า ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงชนิดถอนรากถอนโคน ซึ่งพวกเขาทำได้โดยมีองค์กรจัดตั้งทางการเมืองของตัวเอง เช่น ปรีดี พนมยงค์ คณะราษฏร พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย นักการเมืองแนวสังคมนิยมในยุคหลัง 14 ตุลา หรือบางส่วนของนักการเมืองในกลุ่มเสื้อแดงปัจจุบัน

    วกเข้าสู่หน่ออ่อนสื่อของคนเสื้อแดง ซึ่งลักษณะเหล่านี้มันเป็นรูปแบบของการมีส่วนร่วมเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของแต่ละคน แค่ข่าวการเมืองไม่พอเริ่มมีการนำข่าวสถานการณ์เรื่องเศรษฐกิจ ข่าวต่างประเทศที่เขียนเกี่ยวกับประเทศไทยคนที่รู้ภาษาต่างประเทศก็ช่วยกันแปลผ่านการเปิดบล็อคอย่างง่ายๆ เพราะทนกับท่าทีของนักข่าวน้ำเน่าไม่ได้ หน่ออ่อนเหล่านี้พัฒนาตนเองภายใต้เป้าหมายที่อยากให้พวกเราเข้าใจความจริงมากที่สุด มีประชาธิปไตยมากที่สุด มีการระดมเงินทุนกันเองเพื่อสนับสนุนให้สื่อทางเลือกเหล่านี้คงอยู่ ความจริงอันนี้บอกได้อย่างเดียวว่า “น่าทึ่งและตื่นเต้น”
    วิทยุชุมชนซึ่งเป็นสื่อที่มีความสำคัญลำดับต้นๆของคนเสื้อแดง พวกเราคงต้องทำงานหนักเพื่อต่อสู้ให้ได้สิทธิในวิทยุชุมชนมา หากรัฐบาลมันพยายามปราบและห้ามไม่ให้คนเสื้แดงใช้มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงใต้ดิน เพื่อหาทางใช้คลื่นให้ได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็ต้องอาศัยช่างเทคนิคของคนเสื้อแดงช่วยกันคิดค้นหาวิธีการ บทเรียนจากประเทศอื่นยุคที่รัฐบาลคุมสื่อทั้งหมด ได้มีความพยายามสร้างสถานีวิทยุของของตนเองขึ้นมา เป็นการส่งคลื่นความถี่แบบเถื่อนๆ เอาเครื่องส่งสัญญานใส่ในรถกะบะหรือบนเรือ แบบนี้พวกฝ่ายรัฐมันจะจับไม่ได้ว่าแหล่งส่งข่าวออกมาจากไหน

    ลักษณะสื่อของคนเสื้อแดง

    ขอสดุดีช่างเทคนิคที่เปิดเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ของ จิตร ภูมิศักดิ์ ในงานวันนั่งเก้าอี้ของกษัตริย์ภูมิพล ตอนนี้เรากำลังทำสงครามทางความคิดกับฝ่ายเผด็จการ ซึ่งหนังสือพิมพ์ของเสื้อแดงมีความสำคัญตรงที่มันจะเป็นกลไกในการติดอาวุธทางความคิดเพื่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นหมายความว่าหนังสือพิมพ์นี้จะต้องจัดหาความรู้ทฤษฏีทางการเมืองชนิดต่างๆ อันไหนให้ผลประโยชน์กับพวกเผด็จการอันไหนให้ผลประโยชน์สำหรับเสื้อแดง เก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้ในต่างประเทศว่าเขาทำกันอย่างไร เรียนบทเรียนในประวัติศาสตร์ของเราเองเพื่อสร้างสังคมใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยแท้ เช่น อุดมการณ์ของคณะราษฏร คืออะไร โมเดลทางเศรษฐกิจของคณะราษฏรที่เคยมีการนำเสนอคืออะไร ลักษณะของรัฐสวัสดิการในแถบสแกนดิเนเวียเป็นอย่างไร การมีเนื้อหาแบบนี้เป็นการประกาศจุดยืนของคนเสื้อแดงและเป็นวิธีที่จะนำคนที่ยังไม่มีจุดยืนเข้ามาเป็นพรรคเป็นพวก

    จากนั้นหนังสือพิมพ์เสื้อแดงจะต้องเปิดโปงการคอรัปชั่นอย่างเป็นระบบของฝ่ายสีเหลือง เช่น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่ เสียภาษีเท่าไหร่ เคยไล่ที่ชาวบ้านบ้างหรือไม่ ถือหุ้นในบริษัทไหนบ้างจ่ายค่าแรงในระดับที่คนงานพอใจไหม อนุญาติให้คนงานจัดตั้งสหภาพแรงงานหรือไม่ สำนักแห่งนี้นี้ควรจะถือสินทรัพย์เท่าไหร่ ควรจะยกให้แผ่นดินเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนเท่าไหร่? ลองออกแบบงบประมาณว่าควรจะใช้ไปในทางไหน งบประมาณทหาร งบพิธีกรรม ถ้านำเงินเหล่านี้มาเป็นทุนการศึกษา พัฒนาบริการสาธารณสุขจะมีคุณค่าเพียงไร คุณภาพของแต่ละคนในสังคมไทยจะเพิ่มขึ้นขนาดไหน

    สื่อของคนเสื้อแดงจะต้องทำหน้าที่สำรวจความไม่เป็นธรรมในสังคมอย่างเป็นระบบ เสนอการต่อสู้ของคนเสื้อแดงในพื้นที่ต่างๆเพื่อให้กำลังใจกับคนเสื้อแดงอื่นๆ พร้อมกับเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่มันควรจะเป็น สื่อกระแสหลักเลือกไม่ทำและไม่อยากทำ พวกนี้ยินดีที่จะถ่ายทอดชีวิตคนแก่ที่ถูกทอดทิ้ง เด็กๆถูกทอดทิ้ง พร้อมกับโยนความผิดไปที่สมาชิกของครอบครัวนั้น มากกว่าจะแตะสาเหตุแท้ของปัญหานั่นคือความเหลื่อมล้ำทางสังคมนั่นเอง ทั้งสองลักษณะข้างต้น คือ การเรียนทฤษฏีทางการเมืองและเปิดโปงความฉ้อฉลของทุกสถาบันอย่างเป็นระบบนั้น ทำให้หนังสือพิมพ์รูปแบบนี้จะไม่เหมือนรูปแบบเหมือนหนังสือพิมพ์รายวัน

    หนังสือพิมพ์เสื้อแดงจะต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่การติดอาวุธทางความคิดและการเปิดโปงการคอรัปชั่นหรือการกระทำความผิด สื่อของคนเสื้อแดงควรจะให้ข้อมูลทางเทคนิคในเรื่องการเผยแพร่ข่าวสาร เช่น การใช้วิทยุชุมชน การใช้อินเตอร์เนต การใช้บล็อค การถ่ายเอกสาร การเชื่อมโยงกับชาวบ้านที่ไม่มีอินเตอร์เนตใช้ และการหลีกเลี่ยงการปราบปรามโดยรัฐ

    การจัดตั้ง

    การจัดตั้งหมายถึง การเปลี่ยนแปลงคนเสื้อแดงจากคนที่แค่ลงคะแนนเสียงให้ไทยรักไทยหรือคนที่แค่รับรู้ข่าวสารมาเป็นคนที่ร่วมสร้างขบวนการเคลื่อนไหวหรือพรรคการเมือง หรือ กลุ่มของคนเสื้อแดง ดังนั้นประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดตั้งคือการรวมกลุ่ม การมีสมาชิก การมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวที่มากกว่าผู้บริโภคทางการเมือง ซึ่งนั่นหมายความว่าจะต้องมีกิจกรรมร่วมกันสม่ำเสมอ ต้องมีโครงสร้างและระบบในการจัดตั้งที่ชัดเจน ต้องมีรายชื่อสมาชิกเราจะต้องปกป้องรายชื่อสมาชิกจากฝ่ายรัฐ ต้องมีการเชื่อมโยงเพื่อการเคลื่อนไหวระยะสั้นและระยะยาว เนื้อหาหนังสือพิมพ์ของคนเสื้อแดงที่กล่าวไปข้างต้นจะมีบทบาททำให้คนเสื้อแดงคิดเป็นและวิเคราะห์สถานการณ์ยากๆเองเป็น ไม่ได้อาศัยผู้นำคนใดคนหนึ่งคิดแทนพวกเราในทุกๆเรื่องเพราะเป็นเรื่องอันตรายและมีความผิดพลาดสูง เช่น เรื่องการที่เราจะคล้อยตามคนอย่าง ชูพงศ์ ถี่ถ้วน
    หนังสือพิมพ์เสื้อแดงนอกจากจะเป็นช่องทางในการสื่อสารข่าวสารของคนแดงแล้ว หนังสือพิมพ์ของคนเสื้อแดงจะต้องเป็นมีบทบาทในการจัดกิจกรรมของคนเสื้อแดงอีกด้วย
    การสร้างสรรค์กิจกรรมนั้นขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน เพราะพวกเราแต่ละคนสังกัดหน่วยทางสังคมอยู่แล้ว และที่สำคัญปัจจุบันมีการจับกลุ่มทางการเมืองในเกือบทุกพื้นที่ กลุ่มย่อยๆทางการเมืองเหล่านี้ต้องหาทางรวมตัวกันภายใต้สถาบันเสื้อแดง กลุ่มเสื้อแดงก้าวหน้าหรือพรรคเสื้อแดง ซึ่งการมีองค์กรจะทำให้เสื้อแดงเมืองกับเสื้อแดงชนบทต้องมีกิจกรรมร่วมกันหลากหลายมากขึ้นกว่าการมาร่วมชุมนุมกันที่กรุงเทพเพียงอย่างเดียว สำหรับคนชั้นกลางเสื้อแดงในเมืองอาจจะไปออกค่ายเพื่อไปพบปะเสื้อแดงในพื้นที่ชนบท อาจจะจัดงานแรลลี่โดยอาศัยสถานการณ์ที่เหมาะสมในแต่ละช่วง หน้าหนาว หน้าร้อน หน้าฝน เช่น ถ้าหากพี่น้องเสื้อแดงในชนบทเจอน้ำท่วมเราก็ต้องไปช่วย ฉวยโอกาสนี้คุยกับคนเสื้อแดงว่าถ้ารัฐดูแลประชาชนมากกว่านี้เราจะไม่ลำบากขนาดนี้ ถ้าประเทศไทยมีการเสียภาษีก้าวหน้าเราจะมีความเป็นอยู่ดีกว่าปัจจุบัน มีความมั่นคงในชีวิต รวมถึงอาจจะพูดคุยว่าเราจะควบคุมนักการเมืองที่เราเลือกเข้าไปอย่างไร หรือ การเจาะกลุ่มเป้าหมายกับแรงงานคนหนุ่มสาวซึ่งโดยส่วนใหญ่มาจากชนบทให้มาเข้าร่วมกิจกรรมกับคนเสื้อแดง ซึ่งจะเป็นหนทางหนึ่งที่พวกเราจะนำข่าวสารที่รัฐบิดเบือนรวมถึงข่าวสารของคนเสื้อแดงเมืองกรุงลงสู่ชนบทอีกด้วย

    เราสร้างกิจกรรมขึ้นมาอย่างเดียวไม่พอ พวกเราคนเสื้อแดงจะต้องมีจุดยืนทางการเมืองต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เช่น กรณีคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ตากใบ จุดยืนของเรานั้นจะต้องพูดว่าระบบศาลไม่ยืนอยู่บนหลักการของความเป็นธรรม บางทีเราควรมีคำขวัญให้ระบบศาลว่า “ฆ่าคนตายเป็นเรื่องปกติ พูดความจริงเป็นอาชญากร” หรือ การแบนสารคดีชีวิตเกี่ยวกับคนเป็นเอสด์ไม่ให้ออกอากาศฯ การมีจุดยืนทางการเมืองกรณีต่างๆคือการร่วมบริหารสังคมของพวกเราเองอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการลดอำนาจของคนส่วนน้อย (พวกเหลือง พวกอำมาตย์ พวกเหลือบไรในนามระบบเทวดา )ที่พยายามควบคุมสังคม

  • น่าสมเพช!! สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

    ถ้าเราหลงเชื่อนิยายหลอกทารกของ สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เกี่ยวกับคนรัสเซียที่ฝันถึงพระเจ้าซาห์ เราคงจะเชื่อว่าคนฝรั่งเศษหิวโหยที่จะได้รับพระเจ้าหลุยส์กลับมา เราคงหลงเชื่อว่าคนอเมริกันอยากถูกปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ เราคงหลงเชื่อว่าพลเมืองในลาตินอเมริกาอยากอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าแผ่นดินสเปน เราคงหลงเชื่อว่าพลเมืองจีนหิวโหยที่จะได้จักรพรรดิกลับมา เราคงคิดว่าประชาชนเนปาลรักกษัตริย์ที่ทำลายประชาธิปไตยของเขา ภาพตลกปัญญาอ่อนหลอกลวงเด็กที่สุเมธ พยายามวาดให้เราดู เป็นภาพของพลเมืองโลกที่คลานอยู่กับพื้นปลื้มและเสพสุขที่จะเป็นไพร่ ซีดดดดส์ที่จะถูกเฆี่ยน และยินดีที่จะทำงานทั้งวันแล้วให้พระเจ้าแผ่นดินขโมยผลงานไปทั้งหมด

    ในช่วงท้ายๆ ของการปกครองรัชกาลต่างๆ เรามักจะเห็นความเสื่อมทรามของผู้มีอำนาจ ในกรณีพระเจ้าซาห์มีการอันเชิญพระสติแตกอย่างรัสปูตินมาเป็นที่ปรึกษา มีการส่งทหารไปรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยไม่มีรองเท้าไม่มีอาวุธ ในช่วงท้ายของราชวงศ์ฝรั่งเศษ ราชินีพูดว่าถ้าคนจนไม่มีขนมปังกินก็ควรจะไปกินเค๊กแทน ถ้าไม่บ้าก็โง่ สรุปแล้วอาการของ สุเมธ คงจะแสดงถึงความเสื่อมโทรมของสถาบันในประเทศไทย ที่ปัจจุบันต้องหลอกตัวเองและหลอกคนอื่นด้วยนิยาย งมงาย ไสยศาสตร์

    แต่โลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกไม่แบน โลกหมุนรอบตัวเองและรอบดวงอาทิตย์ตามหลักการวิทยาศาสตร์ โลกแบนๆตามความเชื่อโบราณไม่ได้เป็นจุดรวมศูนย์ของกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ ดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบกษัตริย์ พลเมืองโลกต้องการประชาธิปไตย ต้องการยืนขึ้นเป็นมนุษย์ ต้องการสิทธิที่เท่าเทียม ฝันไปเถอะ !! ฝันให้พอ !! สุเมธเอ๊ยย ถ้ามันพอจะให้ความสุขชั่วคราว ในยุคท้ายๆ ก่อนอวสาน

    โดย สยามแดง ในวันที่อากาศดีๆ

  • บันทึกสมุดสีแดง (2) ว่าด้วยประชาธิปไตยสากล : ไทย และการคอรัปชั่น : สันติวิธีและความรุนแรง

    ว่าด้วยประชาธิปไตยสากล : ไทย และการคอรัปชั่น : สันติวิธีและความรุนแรง (2)

    การคอรั่ปชั่น

    คอรัปชั่น คือ การใช้ตำแหน่งเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว คนไม่ทำงานมีเงินมหาศาลในขณะที่คนทำงานหนักได้เงินตอบแทนน้อยและไม่มีความมั่นคงในชีวิตการงาน ถ้าหากเราใช้ตรรกะการใช้ตำแหน่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นผลมาจากการรอรั่ปชั่นทั้งสังคมใช่หรือไม่ และจะมีการคอรัปชั่นตลอดเวลา ในทุกระดับชั้นของสังคม เราเคยชินกับการคอรัปชั่นอะไรบ้างในสังคมไทย จะขอไล่เรียงจากคนตัวใหญ่ที่คอรัปชั่นมากที่สุดไปหาตัวน้อยๆ

    สถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันที่หากินกับความยากจน โดยเสนอว่าตัวเองมีโครงการเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งถ้านำมาเปรียบเทียบกับการใช้นโยบายจากภาครัฐของรัฐบาลไทยรักไทยแล้ว โครงการตามพระราชดำรินั้นไร้และด้อยประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง โครงการดังกล่าวดำเนินการมาหลายสิบปี ประชาชนก็ยังคงยากจนแต่สถาบันดังกล่าวรวยเอาๆแถมยังใช้โครงการดังกล่าวมาระดมเงินบริจากโดยอ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาความยากจน โดยเงินนั้นต้องผ่านกษัตริย์ก่อนแทนที่จะเข้าถึงคนจนโดยตรง เงินบริจากนั้นหายไปไหนไม่สามารถตรวจสอบได้ หรือการให้เงินกษัตริย์แล้วให้กษัตริย์เอาเงินไปใช้ตามใจชอบเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางอ้อมของกลุ่มทุน อันนี้ก็เป็นวิธีในการคอรัปชั่นอีกชนิดหนึ่ง วิธีการที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาความจนคือการใช้งบประมาณของรัฐผ่านการออกนโยบายเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตคนจน ซึ่งจะทำให้คนธรรมดามีศักดิ์ศรีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นจากการหากินกับความจนของสถาบันกษัตริย์ที่ลดศักดิ์ศรีคนตลอดเวลา

    เราต้องค้นหาคำตอบว่าความร่ำรวยของประเทศชาติเรามาจากไหน มันมาจากการบริหารประเทศของคนชั้นสูงหรือมาจากการทำงานของเกษตรกรกรรมกรและพนักงานต่างๆ ในสถานประกอบการทั่วประเทศหรือไม่ เราไม่ต้องคิดมากเพราะถ้าคนธรรมดาไม่ว่าจะอยู่ในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมหรือภาคบริการ ร่วมกันหยุดงานสองอาทิตย์ ไม่ว่าคนชั้นสูงจะขยันทำงานแค่ไหนก็คงผลิตรายได้อะไรไม่ได้ นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมมาจากการเกาะกิน ขโมย รีดไถ ของกาฝากชั้นสูงทั้งหลายในสังคม ดังนั้นการที่พวกกาฝากนี้จะมาทำเป็นเมตากรุณาแจกจ่ายของขวัญให้พวกคนจน ทั้งๆที่คนจนเป็นคนที่สร้างของขวัญเหล่านั้นขึ้นมาตั้งแต่แรก จึงเป็นการคอรัปชั่นโกงกินที่สุดจะบรรยายได้

    พวกนายทหารชั้นยศนายพลที่ร่วมเกาะกินกับอำมาตย์ก็เป็นอีกพวกที่คอรัปชั่นโกงกินบ้านเมืองอย่างเป็นระบบ ด้วยความต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคจอมพล ป. และ จอมพลสฤษดิ์ เป็นต้นมา ถ้าพวกนายพลเหล่านี้แค่รับเงินเดือนปกติของกองทัพพวกเขาจะไม่มีวันเติบโตเป็นเศรษฐีได้ นอกเสียจากต้องใช้อำนาจในทางที่ผิด เช่น เข้าไปคุมสื่อหรือกินเบี้ยเลี้ยงสูงๆจากรัฐวิสาหกิจต่างๆ อย่างที่เราเห็นในยุค คมช. และยุคปัจจุบันเขาจะไม่มีวันรวยได้ น่าสมเพชจัง!! สำหรับไอ้พวกที่คิดว่าทหารจะจัดการกับการคอรัปชั่นและทำให้การเมืองไทยขาวสอาด

    การคอรั่ปชั่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสิ่งที่สร้างความหนักใจให้กับประชาชนคนยากคนจน เพราะเราถูกรีดไถเป็นประจำในแต่ละวันๆโดยนายตำรวจชั้นผู้น้อยบนท้องถนน แต่เราต้องพุ่งเป้าไปโทษนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่คอยกดดันและสร้างบรรยากาศให้เกิดการรีดไถแบบนี้ จนตำรวจชั้นผู้นอยต้องคล้อยตามไปกับระบบแบบนี้ เราต้องโทษว่าสาเหตุมันเกิดจากคนใหญ่คนโตที่ได้สร้างตัวอย่างเลวทรามของรูปแบบการคอรั่ปชั่นด้วย และเราต้องเรียกร้องให้นายตำรวจชั้นผู้น้อย ข้าราชการธรรมดาและกรรมกรในโรงงานได้รับเงินเดือนที่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพ ไม่ใช่มาเน้น “ความพอเพียง”!!!

    ฝ่ายอำมาตย์โกงกินแล้วยังมีหน้ามาอ้างศีลธรรมและเมื่อประชาชนไม่พอใจก็ใช้กฎหมายต่างๆ และกระสุนปืนเพื่อปิดปากประชาชนนี่คือภาพแท้ของการคอรั่ปชั่นในสังคมไทย มีแต่คนเสื้อแดงคนธรรมดาเท่านั้นแหละที่จะสามารถแก้ปัญหาคอรัปชั่นได้

    สันติวิธีและความรุนแรง

    สันชาตญานของมนุษย์นั้นกลัวความเจ็บและรักตนเอง ถ้าเราโดนความร้อนจากไฟเราจะถอนมือออกจากบริเวณนั้นทันที ฉะนั้นการใช้ความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียวๆโดยไม่ถูกกระตุ้น หากจะเข้าใจคนเสื้อแดงจะต้องทำความเข้าใจภายใต้ตรรกะนี้เท่านั้น และการกล่าวเช่นนี้เป็นคนละเรื่องกับการสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง อะไรคือเรื่องเดียวกันกับการสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง สื่อรายงานเข้าข้างรัฐบาลขยันสร้างความเกลียดชังให้เสื้อแดง ทำลายมาตรฐานการใช้เหตุผล ขนทหารเข้ามาปราบปรามประชาชน รัฐบาลจัดตั้งกองกำลังอันพาธเพื่อสร้างให้ม๊อบชนม๊อบ กษัตริย์ภูมิพลนิ่งเฉยดูแผ่นดินเปื้อนเลือด ปัจจัยเหล่านี้ต่างหากที่ก่อให้เกิดการใช้ความรุนแรง ตามประวัติศาสตร์การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนคนธรรมดาในไทย ฝ่ายที่เลือกใช้ความรุนแรงก่อนเสมอคือรัฐบาลเผด็จการและทหาร “สันติวิธี” ตอนนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายขวาเพื่อประณามการกระทำของคนเสื้อแดงเป็นหลักเท่านั้นเอง

    เมื่อผู้เขียนเห็น “นโยบายหยุดทำร้ายประเทศไทย” สิ่งที่คิดออกคือ พวกเผด็จการทหารพวกนี้มันทั้งบ้าและป่าเถื่อน มันเหมือนบางฉากในหนังที่พวกผู้ร้ายจับคนบริสุทธิ์ไปทรมาน จับมัดมือมัดตีนเอาไฟฟ้าชอตจากนั้นจับให้กินยากล่อมประสาทเพื่อให้ยอมจำนนต่อพวกมัน นี่คือภาพที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย มันคือการใชความรุนแรงต่อคนเสื้อแดงอย่างเป็นระบบทั้งทางตรงทางอ้อม ความรุนแรงทางตรงที่ใช้นอกจากกองทัพ พวกมันยังได้สร้างยักษ์อันธพาลสีน้ำเงินเพื่อไล่ขยี้สังหารคนเสื้อแดงอีกด้วย ซึ่งอันธพาลติดอาวุธสีน้ำเงินนั้นได้รับการจัดตั้งจากคนของรัฐจากคนที่มีตำแหน่งสูงในรัฐบาล สถานการณ์แบบนี้การตอบโต้ของคนเสื้อแดงในรูปแบบต่างๆนั้นมีความชอบธรรมเต็มที่ไม่มีใครมีสิทธิประณามพวกเขา ข้อเสนอจากบุคคลต่างๆที่แนะให้คนเสื้อแดงเป็นเด็กดีจึงเป็นจุดยืนปัญญาอ่อน คนที่ก่อปัญหาก่อนนั้นไม่ใช่คนเสื้อแดงตั้งแต่แรก หากต้องการให้สังคมสงบก็ต้องปกป้องอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง การเลือกที่จะประณามเสื้อแดงก่อนคือพวกนักสันติวิธีจอมปลอม การกระทำของพวกคุณทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจมันมีค่าเพียงแค่การสร้างความชอบธรรมให้กับเผด็จการทหารโดยท้ายที่สุดคุณก็เลือกที่จะอยู่คนละข้างกับเสื้อแดง และคุณพวกไดโนเสาร์ทั้งหลายเอ๋ย ตอนนี้มีคำถามเดียวและมีคำตอบเดียวเท่านั้น ถ้าคุณไม่ใช่พวกเสื้อแดง คุณก็เป็นพวกเหลืองขี้ข้าเผด็จการ!

    การรับมือกับอันธพาลเสื้อสีน้ำเงินนับเป็นเรื่องใหญ่มากที่พวกเราต้องให้ความสำคัญ พวกเผด็จการรู้ดีว่ามันมีขีดจำกัดในการใช้ทหารที่สวมเครื่องแบบ ฉะนั้นมันจึงสร้างอีกเครื่องมือหนึ่ง คือ กองทัพกึ่งพลเรือนอย่างเสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถใช้กับคนเสื้อแดงได้ดีกว่า พวกนี้มีหน้าที่สร้างความน่าสะพรึงกลัวให้กับคนเสื้อแดงให้มากที่สุดผ่านการสร้างสถานการณ์ในทิศทางนอกระบบ ป่าเถื่อนที่สุด สยองขวัญที่สุด วิธีการรับมือกับกองกำลังอันธพาลพวกนี้เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับคนเสื้อแดงที่จะหาทางรับมือ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืมและจะต้องยืนยันสิทธิว่าคนเสื้อแดงมีสิทธิป้องกันตัวเต็มที่ในรูปแบบต่างๆ แต่วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการมีองค์กรจัดตั้งของคนเสื้อแดง ลักษณะขององค์กรจะเป็นอย่างไร?

    พวกนั้นสร้างเสื้อสีน้ำเงินขึ้นมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขา พวกนั้นรับไม่ได้ที่จะต้องกระจายทรัพยากรการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมลง(นโยบายไทยรักไทย) เราต้องใช้การเมืองแดงเป็นเครื่องมือในการต่อสู้เพราะการจับอาวุธสู้เพียงอย่างเดียวมันใช้ไม่ได้ และจะส่งผลเสียในระยะยาว อีกทั้งยังจะสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายเผด็จการในการใช้ทหารและอาวุธมากขึ้น แต่พวกเราคนเสื้อแดงจะต้องป้องกันตัวจากเสื้อสีน้ำเงินในทุกรูปแบบ หัวใจของการสู้กับพวกนี้เราต้องโจมตีผลประโยชน์ของพวกมัน ซึ่งมีหน่ออ่อนของการเริ่มอยู่แล้วเช่น ท่าทีต่อธนาคารกรุงเทพของคนเสื้อแดง หรือ การ strike ไม่บริโภคสินค้าเหลือง ซึ่งยังมีประสิทธิภาพไม่มากพอ เราต้องก้าวไปไกลกว่านั้นโดยทำให้ระบบการผลิตในสังคมหยุด ซึ่งนั่นหมายความว่าเราต้องทำงานร่วมกับสหภาพแรงงานที่ไม่ใช่สีเหลือง ซึ่งส่วนหัวๆถูกคุมโดยพวกขวาเหลืองและใช้คนงานนัดหยุดงานเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยเผด็จการทหาร อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าพวกเหลืองคุมสหภาพแรงงานอีกเป็นจำนวนมากไม่ได้ เราต้องไปชักชวนคนงาน โดยให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายคนเสื้อแดงในชนบท ทำหน้าที่ต้องชักชวนลูกหลานของตนเองให้ชักชวนเพื่อนๆคนงานให้มาเป็นเสื้อแดง หนุนช่วยเสื้อแดง มีอุดมการณ์สีแดง ต้องดึงคนงานรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่พวกเหลืองมาอยู่กับฝ่ายเสื้อแดง หากมีการใช้กำลังกับคนเสื้อแดงจะต้องมีการหยุดงานประท้วง ทิศทางนี้น่าจะเป็นทิศทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างพรรคแดงเพื่อถอนรากถอนโคนพวกอำมาตย์ให้หมดไป

    (ตอนหน้าพบกับ สื่อ และ จุดอ่อนรัฐบาลภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลก)

  • บันทึกสมุดสีแดง (2) ว่าด้วยประชาธิปไตยสากล : ไทย และการคอรัปชั่น : สันติวิธีและความรุนแรง

    บันทึกสมุดสีแดง (2)

    ว่าด้วยประชาธิปไตยสากล : ไทย และการคอรัปชั่น : สันติวิธีและความรุนแรง (1)

    สมุดบันทึกสีแดง

    ประชาธิปไตยสากล

    พวกอำมาตย์อนุรักษ์นิยมมักอ้างว่า “ประชาธิปไตยตะวันตก” ไม่เหมาะสมกับประเทศไทย แต่ประชาธิปไตยตะวันตกไม่มีจริง มีแต่ประชาธิปไตยสากลเพราะแม้แต่ในประเทศต่างๆของตะวันตก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศษ หรือ สหรัฐอเมริกา ประชาชนจะต้องต่อสู้กับอำมาตย์ของตนเองเพื่อสร้างประชาธิปไตย ในอังกฤษฝ่ายอำมาตย์ได้ฆ่าฟันชนชั้นกรรมาชีพทีเมืองแมนเชตเตอร์ เมื่อคนจนได้ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้ง ที่ฝรั่งเศษพวกอำมาตย์ได้เข่นฆ่าพลเมืองของปารีสหลังการปราบปรามคอมมูนปารีสจนแม่น้ำเซน แม่น้ำสายหลักกลางเมืองปารีสเปลี่ยนเป็นสีแดงจากเลือดของประชาชนคนจน ในสหรัฐอเมริกาคนผิวดำพึ่งได้สิทธิเสรีภาพเต็มที่เมื่อ 40 ปีก่อน ในแต่ละกรณีนั้นเราจะเห็นชนชั้นกรรมาชีพและคนยากคนจนต้องต่อสู้กับพวกกษัตริย์ ขุนนาง นายทุนใหญ่และชนชั้นกลางอนุรักษ์นิยมของตัวเองก่อนเสมอจึงจะได้ประชาธิปไตยแท้มา และในบางกรณีจำเป็นจะต้องตัดหัวกษัตริย์ด้วย เช่น ในกรณีอังกฤษและฝรั่งเศษ

    ในกรณีของรัสเซียซึ่งเป็นประเทศล้าหลังที่ปกครองโดยกษัตริย์ซาร์ผู้ล้าหลังงมงายในศาสนาอันไร้วิทยาศาสตร์ กษัตริย์คนนี้พร้อมจะสังเวยชีพคนจนนับเป็นล้านในสงครามโลกครั้งที่ 1 และปราบปรามเข่นฆ่าขบวนการประชาธิปไตยด้วยความโหดร้ายทารุน แต่ในที่สุดกษัตริย์ซาห์ก็ถูกโค่นล้มในการปฏิวัติของพรรคบอลเชวิคในปี ค.ศ. 1917/ พ.ศ. 2460 และต้องถูกประหารชีวิตเพื่อไม่ให้เป็นหัวขบวนในการล้มสังคมประชาธิปไตยใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น สังคมประชาธิปไตยในยุคนั้นภายใต้การนำของเลนินและทรอตกี้ มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเพราะประชาชนนอกจากจะเลือกตั้งรัฐบาลของตัวเองได้แล้วยังสามารถบริหารสถานที่ทำงานทุกแห่งได้ผ่านสภาคนงานหรือโซเวียต พูดง่ายๆ ประชาชนทุกคนมีประชาธิปไตยในด้านการเมืองและเศรษฐกิจพร้อมๆกัน และมันเป็นครั้งแรกในโลกที่ผู้หญิงคนจนมีสิทธิในการเลือกตั้งเท่าเทียมกับผู้ชาย เป็นที่น่าเสียดายที่ประชาธิปไตยแบบนี้ได้ถูกทำลายลงโดยสตาลินหลังจากที่เลนินเสียชีวิตไป เราจึงเห็นเผด็จการคอมมิวนิสต์เกิดขึ้นมาแทน อย่างไรก็ตามชนชั้นปกครองทั่วโลกมองปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นรัสเซียด้วยความเกรงกลัวโดยเฉพาะรัชกาลที่ 6 ในประเทศไทย

    ดังนั้นประชาธิปไตยสากลเป็นสิ่งที่เพื่อนๆพี่น้องพลเมืองทั่วโลกใฝ่ฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนในยุโรพ คนในลาตินอเมริกา หรือคนในเกาหลีใต้ และมาตรฐานของประชาธิปไตยสากลคืออำนาจสูงสุดต้องอยู่ในมือของคนธรรมดา ไม่มีอภิสิทธิ์ชนที่อยู่เหนือกฎหมายและเป็นความพยายามที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอีกด้วย นี่คือเป้าหมายอันสูงส่งที่คนเสื้อแดงจะต้องยึดถือในการต่อสู้

    ประชาธิปไตยไทยๆ

    หลัง 19 กันยา พวกนักวิชาการที่รับใช้อำมาตย์เสนอว่าต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ซึ่งแปลว่าประชาชนและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องยอมรับว่าทหารและสถาบันกษัตริย์ จะต้องมีบทบาทนอกกรอบรัฐธรรมนูญในสังคมไทยตลอดกาล ข้อเสนอนี้เราได้ยินมาตั้งแต่สมัยเผด็จการจอมพลสฤษดิ์ และเป็นข้ออ้างของพวกจอมเผด็จการในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ในยุคต่างๆ เช่นเดียวกัน ส่วนคนข้างล่างนั้นมักจะมีบทบาทเรียกร้องประชาธิปไตยให้เต็มใบทั้งในไทยและประเทศต่างๆของเอเชีย แน่นอนนักวิชาการฝ่ายขวาฝ่ายของพวกเขาก็จะยกเหตุผลงี่เง่าร้อยแปดมาอธิบายเพื่อหาความชอบธรรม ชัยอนันต์ สมุทรวนิช นักวิชาการขวาจัด คือ คนที่สร้างนิยายว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎรเป็นการกระทำชิงสุกก่อนห่ามเพราะรัชกาลที่ 7 ต้องการจะให้ประชาธิปไตยกับชาวไทยอยู่แล้ว ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง กษัตริย์ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลกสมัย 1930 หรือ ราวๆ ช่วง 2475 และมัวแต่ละลายภาษีประชาชนไปกับการเสพสุขในราชวงษ์ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองโดยการปฏิวัติ

    ผลของการบิดเบือนประวัติศาสตร์และผลพวงของการปล่อยให้พวกนี้มีบทบาทในการกำหนดประชาธิปไตย พวกเราก็จะเจอปรากฎการณ์ความป่าเถื่อนไม่รู้จบไม้รู้สิ้นในรูปแบบต่างๆ จะมีคนที่ทำลายประชาธิปไตยแต่ออกมาพูดเรื่องประชาธิปไตย เช่น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สมาชิกคนหนึ่งของชนชั้นปกครองที่มือเปื้อนเลือดมากที่สุด นายเปรมชอบใช้ความธรรมจากกษัตริย์ภูมิพลหรือไสยศาสตร์ มีเกล็ดเล็กๆน้อยๆ ฝากให้คิดและเอาไว้จี้จุดอ่อนเพื่อเพิ่มความดันของพวกชนชั้นกลางขวาจัดที่ดัดจริตชอบคนที่มีการศึกษาดี ตระกูลดีๆ หน้าตาน่ารักๆ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใส่สูตรแสนแพง จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นสูง คุณสมบัติและการศึกษาที่เพียบพร้อมเช่นนี้ไม่ได้ทำให้ใบหน้าของเขาแตกต่างจาก สฤษดิ์ ถนอม ประภาส และพวกนายพลอัปลักษณ์มือเปื้อนเลือดทั้งหลายเลย

    ทัศนะของชนชั้นปกครองเชื้อสายเจ้าเชื้อสายราชวงศ์ที่น่าสมเพชอีกคนหนึ่งคือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายคนนี้เห็นด้วยกับการปิดสนามบินสุวรรณภูมิที่มีคนเดือนร้อนหลายแสนโดยเปรียบเทียบกับสงครามยาเสพติดในยุคสมัยทักษิณ เพื่อทำให้เห็นว่าการปิดสนามบินเป็นความแย่ที่จำเป็น ทั้งๆที่เป็นคนละเรื่องกัน นายสุขุมพันธุ์เห็นด้วยกับระบบเผด็จการสุดขั้วอีกทั้งตำหนิว่าทหารไม่รุนแรงพอ นายสุขุมพันธ์ไม่เห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้งฯ นายคนนี้มองว่าความยากจนเป็นเรื่องปกติของสังคม นักการเมืองที่ดีในมุมมองของเขาจะต้องหาทางให้คนจนยอมรับสถานะภาพดังกล่าวของตนเอง และนายสุขุมพันธ์มองว่าสถาบันกษัตริย์จะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีเพราะคนจะไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์บางเรื่องมันกลายเป็นเสาหลักของเสถียรภาพของพวกอภิสิทธิชนทั้งหลาย แต่มันเป็นฝันร้ายของประชาชนคนธรรมดา “ประชาธิปไตยแบบไทยๆโดยเนื้อแท้แล้วมันยอมรับความเสมอภาคของมนุษย์ไม่ได้นั่นเอง”

    วิธีคิดแบบนี้มันเลยขั้นไปจากการไม่ยอมบริการประชาชนไปเป็นรับไม่ได้โดยสิ้นเชิงที่จะเห็นความเสมอภาคของคน บาปกรรมล่าสุดของผู้ว่าฯ สโลแกนคืนรอยยิ้มเปื้อนเลือดให้แก่คนกรุง คือ พิธีกรรมล้างซวยเพื่อคืนความสงบให้สังคม ประเด็นการคืนความสงบนั้นมันง่ายนิดเดียงเพียงแค่พรรคประชาธิปัตน์ย์และทหารเลิกปล้นประชาธิปไตยชาวบ้าน ความสงบสุของสังคมก็กลับคืนมาแล้วโดยไม่ต้องหวังพึ่งไสยศาสตร์ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั้นมันไม่มีเพราะประชาธิปไตย คือ การปกครองของคนธรรมดาเพื่อคนธรรม ถ้าหากเรามีประชาธิปไตยแท้เราจะไม่มี จำพวกหม่อมเจ้าฯทั้งหลายแหล่ สถาบันองค์มนตรี เราไม่จำเป็นต้องมีราชวงศ์ เพราะทุกๆคนจะมีคำนำหน้านามเท่าๆกันทุกคนว่า “คุณ” เท่านั้น

  • เราจะทำอะไรกันต่อ?

    บันทึกเมษาเลือด (2)
    โดยสมุดบันทึกสีแดง

    เราจะทำอะไรกันต่อ?

    ถึงเพื่อนเสื้อแดงที่รัก เรามีความเศร้าเพราะเราเป็นมนุษย์ เราหดหู่เพราะเราเผชิญกับความโหดร้ายของฝ่ายเผด็จการ การเคลื่อนไหวของพวกเรามันมีเหตุผลเต็มที่นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นเคลื่อนไหวจนถึงปัจจุบัน จงรู้สึกให้เต็มที่ เพื่อจะได้ต่อสู้ให้เต็มที่ หากเราไม่รู้สึกอะไรเลยนั่นแหละเป็นเรื่องประหลาดและเป็นเรื่องที่หลอกตัวเอง
    แต่ความจริงอย่างหนึ่งทั้งพวกเราและฝ่ายตรงข้ามรู้คือเรื่องนี้ยังไม่จบ ฉะนั้นพวกเรายังไม่แพ้และอย่าลืมว่าเราเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม อย่าเชื่อสื่อกระแสหลักอย่างง่ายๆ ฝ่ายตรงข้ามก็รู้เรื่องนี้ดี แต่พวกเขาต้องการให้เรารู้สึกว่าพวกเราแพ้อย่างย่อยยับ เพื่อที่จะให้เราหมดกำลังใจในการต่อสู้ พวกเขาต้องการให้เราแพ้เพื่อที่จะยอมรับกระติกาแย่ๆพวกเขาโดยไม่ตั้งคำถาม ยอมกลับไปให้พวกเขากักขังเราไว้เหมือนเดิม สิ่งที่จะเยียวยาพวกเราเสื้อแดง คือ ความหวังที่จะมี “ความเสมอภาคของสังคมใหม่” ความหวังที่จะเห็นรอยยิ้มของคนในครอบครัวของเรา รอยยิ้มของคนที่สามารถตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวของเขาและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องมีอะไรมาพันธนาการไว้ ความหวังที่เราต้องการเห็นคนข้างๆมีชีวิตอย่างมั่นคงเหมือนประเทศอื่นๆที่พัฒนาแล้วบริการปกป้องประชาชนของเขา คำถามที่สำคัญมากในวันนี้ เราจะทำอะไรกันต่อ?
    ณ เวลานี้พวกเราเสื้อแดงต้องมานั่งคิด ทบทวน มันมีอะไรบ้างที่เราต้องมองให้ชัดเจน และ อะไรคือเส้นแบ่งโดยเฉพาะในสังคมที่มีสองมาตรฐาน ซึ่งเราจะพบว่าคุณค่าของสิ่งต่างๆมันอยู่อยู่สองชนิดเท่านั้น เช่น เรื่องของศีลธรรมในสังคมไทย คือ ศีลธรรมของเขา(ไร้ศีลธรรม) กับ ศีลธรรมของเรา ศีลธรรมของเขาคือปราบปรามคนที่เห็นต่างๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ศีลธรรมของเรา ต้องการให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมและมีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ให้เราลองเอากรอบตรงนี้มาวิเคราะห์ปรากฎการณ์ต่างๆทั้งหมด ฉะนั้นเราจะสู้ภายใต้กรอบกติกาที่เขียนขึ้นโดยฝ่ายนั้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราจะเสียเปรียบหมดทุกอย่าง
    หลังจากเสื้อแดงถูกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน มีบรรดานักคิดที่ใช้ไม่ได้ดาหน้าก้าวออกมาเสนอทางออกให้กับสังคมอย่างหน้าไม่อาย เช่น เสน่ห์ จามริก ผู้ที่หูหนวกตาบอดกับการละสิทธิความเป็นมนุษยของเสื้อเหลืองต่อเสื้อแดง รัฐเผด็จการกับพลเรือน เช่น กรณีบุคคลที่ถูกจับขังในกรณี หมิ่นฯ กษัตริย์ ทั้งๆที่มีคนไปร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิแต่กับทำตัวเพิกเฉยอย่างใจดำ ตอนนี้ออกมาเสนอให้มี “รัฐบาลแห่งชาติ” แทนที่จะปกป้องกลไกการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย คนๆนี้ ไม่มีสิทธิที่จะเปิดปากพูดเพราะเขาปิดปากในเรื่องสิทธิพื้นฐานในระบบประชาธิปไตย เราต้องพยายามสร้างมาตรฐานไม่ให้ใครพูดง่ายโดยไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้
    การเคลื่อนไหวต่อไป เราจะต้องเติมเต็มประชาธิปไตยให้มีเนื้อมีหนังมากขึ้น ซึ่งหมายถึงเราจะต้องมานั่งพิจารณาสังคมประชาธิปไตยในรูปแบบที่เราต้องการสำหรับสังคมไทย โครงสร้างเดิมของสังคมไทยทุกส่วนเน่าเละเสียจนไม่สามารถที่จะปฏิรูปฟื้นฟูภายใต้กรอบเดิมๆ จำกัดอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ ปัญญาชนสายอนุรักษ์นิยม แต่การปฏิรูปการเมืองควรจะเปิดพื้นที่ให้คนธรรมดาในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ดีแต่พูดในทางนามธรรมแต่ในทางปฏิบัติคนธรรมดาถูกกีดกันออกไปอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนปัจจุบัน เราคนเสื้อแดงจะต้องสามารถเข้าใจแนวความคิดต่างๆที่มีอยู่ในสังคมว่าความคิดชนิดไหนให้ประโยชน์กับเรา ความคิดชนิดไหนที่มันไม่เป็นประโยชน์ เราจะมีความสัมพันธ์กับแนวความคิดต่างๆเหล่านี้? โดยเฉพาะถ้าชนชั้นปกครองนิยมนำมากล่าวอ้างหรือนำมาใช้เพื่อหาความชอบธรรมในสังคม เราจำเป็นต้องมาไล่ดูแนวความคิดหลักๆที่ถูกนำมาใช้บ่อยๆในสังคมว่ามันมีอะไรบ้าง และเราควรมีวิธีการรับมือกับมันอย่างไร

    ในบทความตอนที่ 2 นี้จะเป็นบทความขนาดยาวเพื่อชวนให้เพื่อนๆเสื้อแดงร่วมคิดเพื่อออกแบบสังคมใหม่ท่ามกลางการเรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อติดอาวุธทางความคิด ประเด็นหลักๆสำคัญๆ ที่เราต้องร่วมกันคิดในระยะเฉพาะหน้ามีอยู่ 7 ข้อ จะเขียนออกมาอาทิตย์ละ 2 ข้อ ซึ่งจะมีการลงรายละเอียด ในประเด็นต่างๆที่จำเป็นเรียงเป็นลำดับดังนี้
    1 การทำสงครามความคิดลัทธิทางการเมืองของฝ่ายเผด็จการ
    2 ประชาธิปไตยสากล : ไทยๆ และปัญหาการคอรัปชั่น
    3 ศีลธรรม สันติวิธี : ความรุนแรง
    4 สื่อ
    5 จุดอ่อนของรัฐบาลภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลก
    6 บทเรียนต่อสู้จากต่างประเทศและประวัติศาสตร์
    7 โมเดลสังคมใหม่ : รัฐสวัสดิการ

    1. การทำสงครามความคิดกับลัทธิทางการเมืองของฝ่ายเผด็จการ
    ในสังคมชนชั้นที่เราดำรงอยู่ ชนชั้นปกครองที่เป็นอำมาตรย่อมพยายามผูกขาดความคิดเป็นธรรมดา เขาใช้สื่อโรงเรียนและกลไกอื่นๆเพื่อยัดความคิดเหล่านี้ใส่หัวประชาชน ดังนั้นภาระสำคัญของคนเสื้อแดงคือการทำสงครามความคิด การต่อสู้เพื่อสังคมใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่บนท้องถนนเท่านั้นแต่มีหลายเวที เช่น ท้องถนน ชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัยหรือกลุ่มคน เช่น สหภาพแรงงานหรือกลุ่มเกษตรกร ฝ่ายอำมาตรกราดกระสุนใส่เราบนท้องถนนได้ แต่เขาไม่ได้ครองใจคนส่วนใหญ่ดังนั้นเราต้องทำสงครามความคิดเพื่อทำลายความคิดของเขาออกไปจากสังคมโดยสิ้นเชิง
    ความคิดของอำมาตรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

    1.1 แนวความคิดมือใครยาวสาวได้สาวเอา
    แนวความคิดนี้เป็นแนวความคิดที่ให้ประโยชน์เฉพาะคนรวย แต่เขาโกหกว่ามันเป็นระบบที่เป็นธรรมเพราะทุกคนมี “โอกาส” เท่าเทียมกัน มันจะเท่าเทียมกันได้อย่างไรในเมื่อเศรษฐีและชนชั้นกลางซื้อความสบายในชีวิตได้แต่คนจนไม่มีเงินเพียงพอ แนวคิดนี้บูชากลไกตลาดแต่กลไกตลาดมองไม่เห็นหน้าคนจนเพราะคนจนไม่มีเงินที่จะมีส่วนร่วมในตลาดเท่ากับคนรวย วิธีแก้ไขปัญหานี้คือการใช้รัฐในการสร้างสวัสดิการให้คนจนซึ่งเราจะเห็นได้ว่าที่แล้วมาพวกอภิสิทธิเสื้อเหลืองไม่พอใจกับการใช้รัฐในการช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลไทยรักไทย เขาจึงสนับสนุนรัฐประหาร 19 กันยา

    1.2 แนวความคิดชาตินิยม + กษัตริย์นิยม
    แนวความคิดชาตินิยมเป็นข้อเสนอของอำมาตรว่าเราคนไทยด้วยกันมีผลประโยชน์เหมือนกันเพราะเกิดมาในชาติเดียวกัน แต่เราเห็นชัดๆกับตาว่าประเทศไทยมีสองชาติ สองชนชั้น พวกอภิสิทธิชนกับพวกเราพลเมืองเสื้อแดง ผลประโยชน์ของสองฝ่ายที่ตรงข้ามกันไม่มีวันเป็นผลประโยชน์เดียวกันได้
    • ปัญหาเขาพระวิหารพวกอำมาตรเสื้อเหลืองพร้อมจะปลุกกระแสชาตินิยมไร้เดียงสา และสร้างความขัดแย้งกับพี่น้องชาวกัมพูชาเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นจากเรื่องที่เขาขโมยประชาธิปไตยของเราไป เราไม่ควรคล้อยตามความคิดชาตินิยมโง่ๆแบบนี้
    • สถาบันกษัตริย์ เครื่องมือชั้นเลิศของเผด็จการที่มีประโยชน์ในการมอมเมาและสร้างความกลัว เพื่อไม่ให้คนตั้งคำถามกับปัญหาแท้นั่นคือความเหลื่อมล้ำในทุกมิติของสังคม เขาอ้างว่าสถาบันนี้เป็นจุดรวมหัวใจของคนไทยทุกคน แต่ไม่เห็นออกมาปกป้องคนจน คนเสื้อแดง หรือสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยของพวกเราเลย ดังนั้นเราต้องสรุปว่าสถาบันนี้เป็นจุดรวมหัวใจของพวก “อภิสิทธิชน” ต่างหาก เราไม่ควรหลงเชื่อแนวคิดชาตินิยมกษัตริย์ที่ไร้ปัญญาแบบนี้
    • กำลังทหาร คือ สถาบันที่ทำลายประชาธิปไตยมากที่สุด มีการฆ่าและใช้ความรุนแรงต่อประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมากองทัพได้หันปืนใส่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยถึง 4 ครั้ง พวกนายพลอ้างว่า “ปกป้องประเทศชาติ” แต่เขาเพียงปกป้องผลประโยชน์ของอภิสิทธิชนเท่านั้น เงินภาษีของคนจนไม่ควรจะหล่อเลี้ยงระบบแบบนี้เราควรใช้เงินภาษีมาพัฒนาสวัสดิการให้ประชาชนแทน สถาบันนี้ไม่มีความชอบธรรมในกติการะบอบประชาธิปไตยแต่สถาบันทหารมักจะใช้ความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์ โดยเฉพาะในการทำรัฐประหาร ทั้งสองสถาบันประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถตรวจสอบหรือตั้งคำถามได้ สถาบันทหารมีปัญหาในการคอรัปชั่นมากที่สุด และเข้ามาแทรกแซงสื่อทั้งๆที่มันไม่ใช่หน้าที่ของทหาร
    1.3 เศรษฐกิจพอเพียง
    แนวความคิดนี้เป็นแนวความคิดที่ให้ความชอบธรรมมากที่สุดในการไม่บริการพลเมืองคนจนให้ส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติ และให้ความชอบธรรมกับความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย แนวคิดนี้ไม่ได้มีสถานะเป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์แต่อย่างใด แต่กลุ่มนักวิชาการในไทยยังพยายามข้างๆคูๆว่ามันคือเศรษฐศาสตร์ทางเลือก ในความเป็นจริงเศรษฐกิจพอเพียงเป็นลัทธิทางการเมืองที่พยายมมอมเมาคนไม่ให้ตั้งคำถามและยอมจำนนกับสถานภาพของตนเอง เช่น คำให้พรของกษัตริย์ภูมิพลเสนอว่า ถ้าใครรวยก็สามารถฟุ่มเฟือยให้พอเหมาะกับตนเองหากไม่มีตังค์ก็ให้ประหยัด มีงานวิจัยหลายชิ้นรวมถึงงานศึกษาของนักษาระดับปริญญาโทปริญญาเอกที่เสนอว่าแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไม่สามารถแก้ปัญหารวมถึงไม่สามารถทำให้ชาวบ้านยังชีพได้
    อนึ่งปัญหาใหญ่สำหรับคนที่อยู่ในภาคเกษตรคือการไร้ที่ดินทำกิน การชูเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงโดยที่ไม่พูดถึงเรื่องการปฏิรูปที่ดินเป็นเพียงการโกหก คนที่มีที่ดินมากที่สุดในประเทศไทยนั้นคงหนีไม่พ้นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ครอบครัวนี้เต็มไปด้วยความฟุ่มเฟือย กษัตริย์ภูมิพลร่ำรวยติดอันดับโลกแต่กลับไม่เสียภาษีก็เป็นเรื่องที่น่าชิงชัง หากกษัตริย์ภูมิพล รักประชาชนจริงก็ควรจะยกเงินครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทุนในการสร้างรัฐสวัสดิการให้กับราษฎรที่เขาอ้างว่ารักและยินดีทำงานหนักเพื่อให้ทุกคนลืมตาอ้าปากได้ ที่สำคัญถ้าอยากทำงานโดยสุจริตกับสังคมก็ไม่ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ในทีวีทุกวัน คนในสังคมควรจะมีการตั้งคำถามว่าถึงเวลายกเลิกข่าวพระราชสำนักไปหรือยัง? หากรักที่จะทำงานเพื่อคนอื่นจริงก็ไม่ควรจะประชาสัมพันธ์ เพราะไม่อย่างนั้นก็เข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ
    มีการตั้งข้อสังเกตจากนักมนุษยวิทยาชาวต่างประเทศว่าเหตุใดสถาบันกษัตริย์ไทยถึงชอบแช่แข็งความยากจนของคนไทยไว้ คำตอบที่ได้มานั้นค่อนข้างน่าสนใจ หากสังคมมีความเสมอภาคมีความเหลื่อมล้ำน้อย สถาบันกษัตริย์จะไม่มีความสำคัญ จะถูกตั้งคำถามและจะถูกมองว่าเป็นสถาบันที่ไร้ประโยชน์ ในทางกลับกันถ้าสังคมไทยมีความยากจนสถาบันกษัตริย์จะมีความชอบธรรมในการดำรงอยู่เพราะจะสามารถหากินกับความยากจนได้โดยไม่แก้ปัญหาอย่างจริงจัง

    วิธีการรับมือกับแนวคิดทางการเมืองของชนชั้นปกครอง
    ในการทำสงครามทางความคิดเราชาวเสื้อแดงจะต้องพัฒนาตนเองขึ้นมาเป็น “อาจารย์” การเป็นอาจารย์แปลว่าเราสามารถเถียงและถล่มความคิดของชนชั้นปกครองได้ในทุกเวที ถ้าเราจะมีความมั่นใจแบบนี้เราต้องอ่านหนังสือ จัดกลุ่มศึกษาและฝึกฝนทักษะในการยืนขึ้นเถียงกับทาสรับใช้ของอำมาตร เราต้องแม่นในเรื่องประวัติศาสตร์ไทยแนวคิดทางการเมืองและประสบการณ์จากทั่วโลกซึ่งเราทุกคนสามารถทำตรงนี้ได้ เพราะไม่มีใครเกิดมาโง่ไม่มีใครเกิดมาฉลาด
    ในขณะที่เราโจมตีจุดอ่อนของชนชั้นปกครองเราต้องมีข้อเสนอของฝ่ายเราเองเพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาสังคม
    • เราต้องเสนอรูปธรรมในการขยายการมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศของพลเมืองธรรมดาในทุกระดับ เพื่อสร้างประชาธิปไตยแท้
    • ประชาธิปไตยแท้ คือ ตำแหน่งสำคัญๆทางสังคมจะต้องมาจากการเลือกตั้งแทนที่จะเป็นการแต่งตั้ง แต่แค่นั้นไม่พอประชาชนในทุกระดับ ทุกชุมชนจะต้องร่วมกันบริหารโรงเรียน โรงพยาบาล รัฐวิสาหกิจ ตำรวจ ศาล และสถาบันอื่นๆที่เป็นของสาธารณะที่มาจากภาษีของพวกเรา
    • ประเทศไทยต้องเป็นรัฐสวัสดิการ เราต้องทำความเข้าใจกับรัฐสวัสดิการว่ามันคืออะไรและจะนำมาใช้ได้อย่างไร
    • ประชาธิปไตยมันมากกว่าการเลือกรัฐบาลในวันเลือกตั้ง ถ้าประชาชนทุกคนจะมีสิทธิมีเสียงเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงเราจะต้องลดความเหลื่อมล้ำทางอำนาจและทางเศรษฐกิจ ด้วยการปฏิรูปสังคมอย่างถอนรากถอนโคน

  • บันทึกเมษาเลือด 1

    บันทึกเมษาเลือด (1)
    โดย สมุดบันทึกสีแดง

    บทความนี้ผู้เขียนจะเขียนเป็นสองตอน เพื่อแสดงความเสียใจและแสดงความเคารพต่อการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง และบันทึกประวัติศาสตร์ในแง่มุมสีแดง เพื่อทำหน้าที่จดจำฆาตกรเมษาเดือดของปีศาจกระหายเลือดแด่คนรุ่นหลัง ตอนแรกจะเป็นบันทึกเกี่ยวกับกลุ่มต่างๆที่สนับสนุนการใช้กำลังต่อคนเสื้อแดง ส่วนตอนที่สองจะขอร่วมเสนอว่าเราจะสู้ต่อไปอย่างไร การสูญเสียของคนเสื้อแดงจะต้องไม่สูญเปล่า

    (1)
    แด่คนชนชั้นกลางผู้ไร้อุดมการณ์ประชาธิปไตย
    ขอให้ท่าน จงจดจำความสุข ความอิ่มเอิบใจเถอะ !! ที่ได้เห็นเลือดคนเสื้อแดง คนจน คนต่างจังหวัด หรือผู้ที่ท่านมองว่าเป็นเหยื่อของทักษิณ ผู้ที่ไม่เข้าใจประชาธิปไตยแท้ หรือประชาธิปไตยแบบไทยๆ ผู้ก่อความไม่สงบต่อสังคมได้ถูกยิงและปรามปรามอย่างรุนแรงโดยทหารและอันธพาลกึ่งทหารเสื้อสีน้ำเงิน คุณ! คนชั้นกลางผู้ไร้อุมการณ์ประชาธิปไตยผู้ฉลาดหลักแหลมที่ชอบเหลือเกินที่จะหมอบกราบเบื้องบน แต่ไร้การเคารพสิทธิที่จะเลือกของคนจนหรือคนที่คิดต่างจากคุณ
    ในวันหนึ่งวันใดข้างหน้าหากพวกคุณหรือญาติของคุณ เมียของคุณ สามีของคุณ ลูกของคุณ พ่อของคุณ แม่ของคุณ บังเอิญซุ่มซ่ามทำอะไรขัดใจ ผู้มีอำนาจ ชนชั้นสูง นายพล หรือพวกที่อ้างว่าเหนือมนุษย์ทั้งหลาย หากพวกเขาเหล่านั้นลงโทษพวกคุณอย่างไร้เหตุผลเพราะพวกคุณบังอาจทำให้เขาอารมณ์เสีย ก็จงจำความสุขของวันนี้วันที่พวกคุณได้ส่งเสียงเชียร์โห่ร้องกึกก้องกระเหื้อนกระหือให้ฆ่าคนเสื้อแดง หากถึงวันนั้นมาถึงกรุณาจดจำความสุขจากวันที่พวกคุณได้สร้างกติกาความป่าเถื่อนแบบนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยทำให้พวกคุณมีความสุขกับสังคมป่าเถื่อนต่อไป

    แด่สื่อมวลชนกระแสหลักผู้เลวทราม
    ขอให้ท่านรู้ไว้ว่ามีสายตาของคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยทั่วแผ่นดิน ได้ทำการบันทึกไว้แล้วว่าพวกท่านคือฆาตกรเลือดเย็น พวกคุณคือเครื่องจักรสังหารประชาธิปไตย ผู้ปั้นน้ำเป็นตัว โกหกป้ายสีคนเสื้อแดงราวกับเขาเชื้อโรคผู้น่ารังเกียจ ทั้งๆที่พวกคุณควรจะกราบพวกเขา พวกคุณสร้างภาพให้การปราบปรามคนเสื้อแดงเป็นเรื่องถูกต้องจำและเป็นเรื่องที่ควรกระทำ พวกคุณนำเสนอข่าวด้านเดียวทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่จริง พวกคุณเลือกเข้าข้างเผด็จการทหาร และอำนาจนอกระบบอื่นๆ ซึ่งเป็นผู้ที่รังเกียจว่าคนจนคนชนบทสามารถคิดเองเป็นได้ พวกคุณผู้ที่ต้องการเห็นสังคมไทยล้าหลัง เป็นไพร่ เป็นทาส ยากจน และสังคมเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ขอให้พวกคุณมีอำนาจในการตัดสินคนอื่นๆให้ยาวนานที่สุดเถอะ หากวันไหนความจริงมาฆ่าคุณ ก็ขอให้นึกถึงผลงานของพวกคุณในเดือนเมษาเดือดนี้ วันที่ “สาร” ของพวกคุณอาบไปด้วยเลือดของคนที่รักประชาธิปไตย

    แด่คนที่อ้างว่าเป็นกลาง
    แด่คนที่อ้างว่าเป็นกลางที่แสนจะน่ารังเกียจพอๆกับเสื้อเหลือง พวกคุณอ้างว่าจะไม่ประณามฝ่ายใดหนึ่ง พวกคุณเรียกร้องหาความสงบ แต่พวกคุณไม่กล้าประนามพวกที่ถืออาวุธเข่นฆ่าประชาชน พวกที่สั่งฆ่าประชาชน ไม่กล้าประณามพันธมิตรเพราะพวกนั้นมันมีเส้น พวกคุณมาเรียกร้องให้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งๆที่รู้ว่าสองฝ่ายนั้นเป็นมวยที่น้ำหนักไม่เท่ากัน ความเป็นกลางมันจะมีความหมายอะไรนอกจากเป็นคำโกหกคำโต ความเป็นกลางของพวกคุณมันได้ให้ความชอบธรรมกับฝ่ายรัฐบาลเผด็จการ ฝ่ายทหาร และฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ชอบความป่าเถื่อนรังเกียจความเสมอภาค ความเป็นกลางของพวกคุณเป็นแต่เพียงความพยายามเอาตัวรอดในสถาการณ์ที่แหลมคมโดยที่พวกคุณไม่ทำหน้าที่ปกป้องประชาธิปไตยเท่านั้นเอง พวกคุณคือพวกที่เพิ่มความมั่นใจให้กับฝ่ายเผด็จการ พวกคุณคือคนที่มีส่วนร่วมในการทำลายประชาธิปไตย

    เสื้อสีน้ำเงิน
    พวกคุณคือพวกที่ถูกทำลายความเป็นมนุษย์จากความไม่เท่าเทียมกันในสังคม จนไม่เหลือความเป็นคน ไม่มีความอ่อนโยน สังคมที่พวกคุณเติบโตมามันกดขี่และสอนให้คุณกราบไหว้คนใหญ่คนโต แต่สอนรังเกียจเพื่อนมนุษย์ รังเกียจเสรีภาพ รังเกียจตัวคุณเองที่เกิดมาไร้อำนาจจึงอยากมีอำนาจเพื่อที่จะเหนือจากคนอื่นๆ พวกคุณคือวัชพืชที่รอดมาด้วยความ “เมตรา” ของชนชั้นสูง พวกคุณสามารถฆ่าคนอื่นได้อย่างเลือดเย็น หากพวกคุณไม่สามารถมองภาพของตนเองได้ถนัดก็ขอให้มองไปที่กองกำลังทหารป่าเถื่อนของนาซี นั่นแหละคือพวกคุณ พวกคุณมีรุนพี่เหมือนกันในสังคมไทยคือ “ลูกเสือชาวบ้าน” ผู้ที่เข่นฆ่านักศึกษาผู้เรียกร้องประชาธิปไตยใน 6 ตุลาคม 2519

    พันธมิตรประชาชนเพื่อ “ประชาธิปไตย”
    พวกคุณคือขบวนการสกปรกโสมมในสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ของสังคมไทย พวกคุณได้ปลุกอุดมการณ์ฟาสซิสต์ขึ้นมาเพื่อดึงสังคมให้ถอยหลังกลับไปสู่ความเลวทราม ไปสู่การไม่เคารพความเท่าเทียม ไปสู่การมองว่าคนคิดต่างคือศัตรู เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพวกคุณเอง ขอประณามและรังเกียจพวกเสื้อเหลืองไปตลอดชีวิต ผลงานชิ้นเอกของพวกคุณคือเผด็จการทหาร อันธพาลฟาสซิสต์เสื้อน้ำเงิน และการฆ่าคนเสื้อแดง

    กษัตริย์ ราชินี ราชวงษ์ และสำนักงานทรัพย์สินฯ
    พวกคุณมีประวัติในการสนับสนุนเผด็จการทหารเรื่อยมา เพราะพวกคุณสามารถร่วมกินกับพวกนี้ได้อย่างสบายๆ พวกคุณเข้าข้างเผด็จการทหารถนอม ประภาส สฤษดิ์ พวกคุณเห็นคนเสื้อแดงกำลังถูกฆ่าแต่พวกคุณไม่ออกมาห้าม ทั้งที่พวกคุณอ้างว่าตัวเองทำงานหนักเหลือเกิน? อยากเห็นประเทศสงบสุขแล้วเวลานี้หายไปไหน? หรือเป็นคุณคนสั่งให้มีการเข่นฆ่าคนเสื้อแดงเสียเอง!!! อย่าบอกอย่าตอแหลนะว่าพวกคุณไม่ยุ่งการเมืองเพราะความเป็นจริงพวกคุณยุ่งมานานแล้วยุ่งตลอดเวลาล้างสมองคนตลอดเวลา ใจของพวกคุณดำและสกปรกยิ่งกว่ามลภาวะสารเคมีพิษทั้งประเทศไทยรวมกันเสียอีก
    ในยุค 6 ตุลา พวกคุณสนับสนุนลูกเสือชาวบ้านให้ไปเฆ่นฆ่านักศึกษาใช้ข้ออ้างว่า “เพราะพวกนักศึกษาต้องการเสรีภาพมากเกินไป” และคุณมองว่าขบวนการประชาธิปไตยมันเป็นภัยต่อสถานะอภิสิทธิชนของพวกคุณเอง มาวันนี้พวกคุณก็สนับสนุนอันธพาลเสื้อสีน้ำเงิน (เอามาจากหนังสือพิมพ์ The Guardian 14/4/09) พวกคุณรู้หรือไม่ว่าเวลาพวกคุณเดินทางไปไหนมาไหนชาวบ้านเค้ารังเกียจเหลือเกิน แต่พูดความจริงไม่ได้เดี๋ยวกฎหมายหมิ่นฯจะมาโบยตีชีวิตพวกเขา พวกคุณฉลาดจริงๆหรือถึงกล้าไปมอบปริญญาให้กับนักศึกษา ถ้าหากฉลาดจริงทำไมถึงยอมให้คนในสังคมมีการฆ่ากันอย่างป่าเถื่อน ทั้งๆที่พวกคุณไม่ได้ตาบอด และเป็นใบ้ หรือพวกคุณคือพวกกระหายเลือดจอมโกหกและเป็นนักดูดเลือดชั้นเลิศ
    ตามประวัติการประพฤติตัวของพวกคุณ ทำให้เห็นว่าพวกคุณคือสิ่งที่ไร้ค่าไร้ประโยชน์ และ เป็นกาฝาก เป็นปลิงดูดเลือดของจริง พวกคุณไม่เสียภาษีทั้งๆที่รวยล้นฟ้า และพวกคุณสอนให้คนอื่นอดอยาก พวกคุณป่าเถื่อนไร้ความเป็นมนุษย์ทั้งๆที่ชอบอ้างความเป็นมนุษย์เหนือคนอื่น พวกคุณชอบกินสิทธิเสรีของประชาชนคนธรรมดา พวกคุณชอบกดขี่คนอื่น พวกคุณชอบสร้างภาพให้คนอื่นเห็นว่าคุณมีบุญคุณกับแผ่นดินทั้งๆที่พวกคุณคืออุปสรรคต่อความเจริญ ประชาธิปไตย และ ความมีอารยธรรมของสังคมในประเทศไทย พวกคุณปล่อยให้คนธรรมดาถูกรังแกด้วยกฎหมายหมิ่นฯอย่างไม่แยแส พวกคุณคือพวกกระหายเลือด “ตัวเอ้” ขอให้พวกคุณล่มสลายโดยเร็ว เจ้านายของคุณคือประชาชนจำไว้ คุณไม่ใช่เจ้านายของประชาชน ไม่อย่างนั้นคุณคือ “กะสัตว์”

    ทหาร และ พรรคประชาธิปัตย์
    พวกคุณคือทรราชขนานแท้พวกคุณฆ่าประชาชนอย่างหน้าไม่อาย ในรอบ 40 ปี พวกคุณฆ่าประชาชนมา 4 ครั้งแล้ว เพียงเพื่อปกป้องอำนาจของตัวเองให้อยู่ต่อไป องค์กรอย่างพวกคุณไม่ควรมีอีกต่อไป เพราะไร้ความจำเป็นต่อสังคม เปลืองงบประมาณแผ่นดินก็เท่านั้น ควรจะเอางบประมาณเหล่านั้นมาสร้างงาน พัฒนาระบบสาธารณะสุขให้กับทุกคนไม่ดีกว่าหรือ พวกคุณไม่เคยพูดว่ารับใช้ประชาชนมีแต่รับใช้กษัตริย์และเข่นฆ่าประชาชน พวกคุณมองว่าตัวเองอยู่เหนือประชาชน สำหรับเรางั้นจะมีการเกณฑ์ทหารไปทำไม? ในเมื่อมันเพิ่มความป่าเถื่อนให้กับสังคม ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเรียกร้องให้มีการยกเลิกการเกณฑ์หทาร กองทัพต้องถูกควบคุมโดยประชาชน และเราต้องพยายามเอานายพลมือเปื้อนเลือดทั้งหลายมาลงโทษที่พวกมันฆ่าประชาชน
    พวกเรามีปัญหามากพอแล้วพวกเราไม่อยากจ่ายภาษีเพื่อไปจ้างให้พวกคุณมารังแกเราเพิ่ม มีหลายประเทศที่ไม่ได้ทุ่มเททรัพยากรให้กองทัพแต่สามารถพัฒนาสังคมได้ กองทัพไทยมีผลงานอย่างเดียวคือ การคอรัปชั่นและรังแกเข่นฆ่าประชาชน สถาบันทหารเป็นสถาบันหนึ่งที่มีการโกงกินมากที่สุดแต่ยังไม่มีการลงโทษแต่อย่างใด ในขณะที่ลูกหลานคนจนที่เป็นพลทหารต้องทำงานสกปรกและเสี่ยงชีวิตเพื่อพวกคุณ เราขอเชิญชวนให้นายทหารชั้นล่างที่มีใจสีแดงหาโอกาสปกป้องประชาชนและประชาธิปไตยในอนาคต นายทหารลูกคนจนจงหันปืนใส่นายพลและกาฝากทั้งหลายเถอะ เหมือนที่มีการทำกันในการปฏิวัติทั่วโลก เพื่อปกป้องพ่อแม่พี่น้องแท้ๆของคุณ

    ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ขอให้หายสาปสูญไปจากการเมืองไทยซะ น่าเสียดายที่การศึกษาเพิ่มความป่าเถื่อนเหลือเกินให้อภิสิทธิ์ ผู้ซึ่งพยายามสร้างภาพ รูปหล่อ ขาวสะอาด แต่พวกเรากระชากหน้ากากจอมปลอมนี้ออกไปแล้วคุณและพรรคพวกของคุณมือเปื้อนเลือดพลเมืองไทย และ เราประชาชนไทยจะไม่มีวันลืม!!

    องค์กรสิทธิมนุษยชน ขอบันทึกว่ามันไม่เคยมีในประเทศไทยเพราะองค์กรนี้สนับสนุนเผด็จการ ไม่กล้าท้าทายความอยุติธรรมใดๆ ในสังคม ยุบองค์กรไปเสียเถิดอยู่ไปก็เปลืองงบประมาณภาษีประชาชน เพราะมีคนดีๆเข้าไปก็ถูกไล่ออก องค์กรสิทธิมนุษยชนที่มีน้ำยาจะต้องอิสระจากรัฐโดยสิ้นเชิง และจะต้องพิสูจน์ว่าเป็นองค์กรที่มี “ค่า” จริง ด้วยการท้าทายผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตามอย่างต่อเนื่องถ้าเขากระทำความผิด

    นักวิชาการ ขอให้กำลังใจนักวิชาการเสื้อแดง และ ขอแสดงความอดสูต่อนักวิชาการเหลือง พวกคุณตั้งตัวขึ้นมาเป็นปัญญาชน คุณสอนทฤษฏีประชาธิปไตยและนิติรัฐและคุณดูถูกชาวบ้านที่เรียนน้อยกว่าคุณว่าไม่ใช่ปัญญาชน แต่พวกคุณต่างหากเป็นพวกปัญญาอ่อน ที่เอาผลประโยชน์ส่วนตนและความขี้ขลาด ความทุจริตทางวิชาการมาเป็นเงื่อนไขในการแสดงออก

    ศาล และ ระบบยุติธรรม
    พวกคุณแอบอยู่หลังกรงของพวกกษัตริย์และนายพล ยังบังอาจใช้กฎหมายหมิ่นศาลเพื่อปิดกั้นความโปร่งใสและการตรวจสอบจากประชาชน พวกคุณ คือ ยมบาลจากขุมนรกอันเน่าเหม็น พวกคุณทำหน้าที่ทำลายความยุติธรรมตามกติกาสากลลงอย่างสมบูรณ์แบบ พวกคุณรังแกคนจนคนธรรมดาเหมือนเป็นอีแร้งในทะเลทราย พอซะทีกับระบบศาล ระบบยุติธรรมแบบนี้ เราควรเรียกร้องให้ล้มระบบยุติธรรมแบบที่เป็นอยู่ แล้วนำระบบลูกขุนมาใช้แทน อนึ่งนั้นพวกเราต้องนำผู้พิพากษาเลวๆมาลงโทษด้วย

    พวกศัตรูของประชาชนจงจำไว้ว่า คุณอาจจะยึดท้องถนนได้ด้วยกระสุนปืน คุณอาจจะอ้างว่าคุณสร้างความ “สงบ” แต่คุณไม่มีวันครองใจประชาชน กระแสปฏิวัติจะลามไปสู่ทุกส่วนของสังคมเหมือนไฟไหม้ใต้ดิน คุณคืออดีต เราคืออนาคต

  • แถลงการณ์แดงสยาม

    แถลงการณ์แดงสยาม

    ศัตรูของประชาชนมี คุก ศาล ทหาร เขายึดรัฐสภาและรัฐบาลผ่านการก่ออาชญากรรม เราชาวประชาธิปไตยแดงที่หูตาสว่างมีมวลชน แต่ตราบใดที่เรากระจัดกระจายนำตนเองไม่ได้ เราจะอ่อนแอ เมื่อใดที่เราจัดตั้งตนเอง นำตนเอง ในแต่ละท้องที่และรวมตัวกันเป็นพรรคที่เราสามารถร่วมกันนำ 5 นิ้วที่อ่อนแอจะกลายเป็นกำปั้นเหล็กที่ถล่มฝ่ายตรงข้าม

    ในขณะที่ผู้นำโลกอย่างประธานาธิบดีโอบามา กำลังเสนอมาตรการเพื่อปกป้องสังคมจากวิกฤตเศรษฐกิจร้ายแรง รัฐบาลไทยปล่อยให้คนงานตกงานเป็นจำนวนมาก และเอาใจใส่แต่ในการ ปิดปากประชาชน ทำลายประชาธิปไตย และสร้างเวปไซท์เรื่องกษัตริย์ที่ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นแค่เด็กขี้ฟ้อง

    ศัตรูของประชาชนอาจจะมีปืน มีกองกำลัง มีเงิน มีอิทธิพลมืด แต่เขาสามัคคีภายใต้ลัทธิปัญญาอ่อนไร้วิทยาศาสตร์ ที่มุ่งทำให้ประชาชนเป็นทาสเป็นไพร่ ลัทธิกษัตริย์นั่นเอง ลัทธิที่ไร้วิทยาศาสตร์นี้เชิดชูให้คนสามัญที่บังเอิญเกิดในตระกูลหนึ่งถูกมองว่าเป็นเทวดา ทั้งๆที่กษัตริย์มีความสามารถไม่น้อยและไม่มากกว่าประชาชนปกติ ที่เป็นวิศวะกร ศิลปิน เกษตรกร หรือช่างฝีมือ หลายล้านคนทั่วประเทศ

    ฝ่ายตรงข้ามอยากให้เราเชื่อว่ากษัตริย์รักและดูแลประชาชน แต่ประชาชนดูแลตนเองได้ และทุกอย่างที่งดงามเกี่ยวกับประเทศเรามาจากมือของประชาชน

    กษัตริย์ คนนี้เติบโตมากับเผด็จการโกงกิน สฤษดิ์ ถนอม ประภาษ

    กษัตริย์ คนนี้ปล่อยให้คนบริสุทธิ์ถูกประหารชีวิตในข้อหาฆ่ารัชกาลที่ 8

    กษัตริย์ คนนี้สนับสนุนเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลา 2519 เพราะมองว่ายุคนั้นไทยมีประชาธิปไตย “มากเกินไป” และเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ อันธพาลลูกเสือชาวบ้าน

    กษัตริย์ คนนี้ ปล่อยให้ คมช.ทำรัฐประหาร 19 กันยา และปล่อยให้ประชาธิปไตยของเราถูกปล้นไปโดยทหาร พันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์ ในนามของกษัตริย์

    ในนโยบายเศรษฐกิจ กษัตริย์คนนี้เคยคัดค้านสวัสดิการสำหรับประชาชนที่มาจากงบประมาณของรัฐ ยิ่งกว่านั้นในฐานะที่เป็นคนรวยที่สุดในโลกคนหนึ่ง ยังบังอาจสั่งสอนคนจนให้ “พอเพียง”

    กษัตริย์คนนี้ ยอมให้บริวารรอบข้างตั้งชื่อให้เป็น “พ่อของสังคม” ในขณะที่ลูกชายตนเองไม่เป็นที่เคารพ

    พวกอภิสิทธิ์ชนในสังคมที่อ้างความชอบธรรมจากระบบกษัตริย์เป็นเพียงปลิงดูดเลือดประชาชน พวกนี้ไม่ใช่เจ้าของสังคมไทย เขาควรเป็นหนี้บุญคุณประชาชนต่างหาก

    สิ่งเหล่านี้ทุกเรื่อง ประชาชนรู้ว่าเป็นความจริงอยู่แล้ว มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่กำลังห้ามไม่ให้เรายืนขึ้นพูดความจริงทั้งหมดนี้ ในสังคมเปิด นั่นคือความกลัว

    ถ้าเราโดดเดี่ยวเราจะกลัว ถ้าเรามีกลุ่มเราจะกล้า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องนำความโกรธ ความกล้า และสติปัญญาที่ประชาชนทุกคนมีอยู่ มาถล่มความกลัว และนำแสงสว่างกลับมาสู่บ้านเมือง เราต้องร่วมกันตั้งคำถามกับระบบเผด็จการปัจจุบัน เพราะเมื่อเราพูดพร้อมๆ กันทั่วประเทศ เขาจะจับคุมเราทั้งหมดไม่ได้

    ตราบใดที่เราหมอบคลานต่อลัทธิกษัตริย์ เราทำตัวเป็นแค่สัตว์ เราต้องยืนขึ้นเป็นคน เราต้องเป็นพลเมืองในโลกสมัยใหม่

    ธงไตรรงค์สามสี แดง ขาว น้ำเงิน ของฝ่ายเผด็จการ ลอกมาจากธงสามสีของตะวันตก แต่เพื่อส่งเสริม “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ซึ่งเป็นคำขวัญของพันธมาร และทหาร ที่ใช้ในการทำลายประชาธิปไตย

    ธงสามสี แดง ขาว น้ำเงิน เคยมีความหมายอื่นในการปฏิวัติฝรั่งเศส นั่นคือ “เสรีภาพ ความเท่าเทียมและความสมานฉันท์” นี่คือคำขวัญที่เราต้องใช้ในการต่อสู้เพื่อปลดแอกสังคมไทย จากยุคมืดแห่งระเบียบใหม่/การเมืองใหม่

    เราจะรวมตัวกันอย่างไร?

    เลิกหวังได้แล้วว่าอดีตนายกทักษิณจะนำการต่อสู้ในทิศทางที่จำเป็นสำหรับการปลดแอกสังคม อย่าตั้งความหวังกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย เขายังไม่พร้อมที่จะต่อสู้นอกกรอบระบบปัจจุบัน แต่ประชาชนหลายแสนหลายล้านพร้อมจะไปไกล

    การต่อสู้นอกกรอบ ไม่ใช่การจับอาวุธสู้ แต่เป็นการติดอาวุธทางปัญญากับมวลชน เราต้องมีกลุ่มศึกษาการเมืองของเราเอง เราต้องรวมตัวกันเป็นพรรค และพรรคนี้ต้องนำตนเองในทุกท้องที่ ทุกชุมชน ทุกโรงงาน ทุกสถานที่การศึกษา ในรูปแบบที่คนเสื้อแดงเริ่มทำอยู่ แต่เราต้องประสานงานกัน

    เราต้องมั่นใจว่าคนที่จะนำพรรคคือ เรา พลังของพรรคคือ เรา และทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการสร้างนโยบายและจุดยืน

    อาวุธของเราคือการชุมนุม การนัดหยุดงาน และการขยายความคิดสู่คนอื่นในทุกภาคส่วน แม้แต่ในระดับล่างของกองทัพ

    พรรคเรา ต้องมีกิจกรรมเปิดบ้าง แต่เนื่องจากกฎหมายหมิ่นและความก้าวร้าวของทหาร บางส่วนจะต้องปิดลับตามความเหมาะสม นี่คืออีกเหตุผลที่เราต้องนำตนเอง

    จุดร่วมของเราควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

    มันไม่ใช่สิ่งที่คนๆเดียวเสนอได้ ต้องร่วมกันเสนอ แต่นี่คือข้อเสนอของผมในฐานะพลเมืองแดงรักประชาธิปไตยคนหนึ่ง

    1. เราต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพทีจะเลือกรัฐบาลทีคนส่วนใหญ่ต้องการ โดยไม่มีการปราบปรามข่มขู่ และไม่มีความกลัว
    2. เราต้องมีความเท่าเทียมเสมอภาค ต้องยกเลิกระบบผู้ใหญ่ผู้น้อย ยกเลิกการหมอบคลาน นักการเมืองต้องปฏิญาณตนว่าจะเคารพนายที่แท้จริงของตนเองคือประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศไม่ใช่อำนาจนอกระบบ เราต้องสร้างวัฒนธรรมพลเมืองที่เคารพซึ่งกันและกัน เราต้องมีเสรีภาพและความเท่าเทียมทางเพศและเชื้อชาติ ต้องเคารพผู้หญิง เคารพคนรักเพศเดียวกัน เคารพคนพม่า ลาว เขมร และคนมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้ ผู้หญิงต้องมีสิทธิทำแท้งอย่างปลอดภัย ผู้ลี้ภัยจากต่างประเทศควรจะได้รับการดูแลอย่างอบอุ่น สมกับที่ประเทศเราเป็นประเทศอารยะ
    3. ประเทศเราต้องเป็นรัฐสวัสดิการ ถ้วนหน้า ครบวงจร และผ่านการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย คนจนไม่ใช่ภาระ แต่เป็นคนร่วมพัฒนาชาติ ที่ต้องมีศักดิศรี สังคมล้าหลังปัจจุบันกดทับประชาชาชนจำนวนมากไม่ให้เขาเป็นผู้สร้างสรรค์ และนำสังคมไปสู่ความก้าวหน้า
    4. ในประเทศเรากษัตริย์ไม่ควรยุ่งในเรื่องการเมือง และลักษณะส่วนตัวของกษัตริย์ไม่ควรจะมีความสำคัญ กษัตริย์ต้องไม่แสดงจุดยืนของตัวเองในเวทีสาธารณะ แต่ในสังคมไทยปัจจุบันชนชั้นปกครองร่วมรับผลประโยชน์จากการใช้กษัตริย์เป็นเครื่องมือ และดูเหมือนว่าจะไม่ยอมยกเลิกพฤติกรรมแบบนี้ ดังนั้นวิธีแก้ไขปัญหานี้ที่ดีที่สุด จึงเป็นเรื่องของการ สร้างระบบสาธารณะรัฐในประเทศไทย เพื่อให้ทุกตำแหน่งมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน
    5. ประเทศเราอยู่ภายใต้รองเท้าบูทของนายพลมานานเกินไป เราตั้งตัดงบประมาณของทหารและอำนาจในสังคมเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยอีกต่อไป
    6. ประเทศเราต้องมีความยุติธรรม ศาลไม่ควรอ้างกษัตริย์ในการขัดขวางการถูกตรวจสอบ ไม่ควรใช้กฎหมายหมิ่นศาลเพื่อปกป้องระบบอยุติธรรม เราต้องปฏิรูประบบยุติธรรมอย่างถอนรากถอนโคน ต้องมีระบบลูกขุนที่มาจากประชาชน ตำรวจต้องบริการประชาชนแทนที่จะรีดไถคนจน
    7. ประชาชนในเมือง ในชุมชน ในท้องถิ่นต่างๆ ต้องเข้ามาบริหารสาธารณะในทุกระดับ เช่น รัฐวิสาหกิจ สื่อ โรงเรียนและโรงพยาบาล
    8. ประเทศเราต้องทันสมัย เราต้องปรับปรุงระบบการศึกษา การคมนาคม และที่อยู่อาศัย และหันมาผลิตพลังงานจากลมและแสงแดดเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม
    9. ประเทศเราต้องรักสงบ ไม่ขัดแย้งสร้างเรื่องกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือ สนับสนุนการก่อสงคราม

    พวกใดโนเสาร์ล้าหลัง พวกเสื้อเหลือง จะบ้าคลั่ง น้ำลายฟูมปากเมื่ออ่านแถลงการณ์อันนี้ แต่มันเป็นเพียงอาการของพวกตกยุค หลุดโลก งมงาย ที่ควรจะลงถังขยะแห่งประวัติศาสตร์ เราชาวประชาธิปไตยแดง จะเดินหน้า สร้างสังคมอารยะ สังคมใหม่

    พวกอภิสิทธิ์ชน ไม่มีสิทธิ์ปล้นชีวิต ศักดิ์ศรี ความเป็นคนของประชาชน ไปเพื่อหวังเพิ่มความเป็นคนของเขาเอง หยุดเอาคนจนมาบูชายันต์ได้แล้ว

    พวกที่อ้างว่า “ไทยมีลักษณะพิเศษในการมีกษัตริย์” เพียงแต่ยืนยันว่าความพิเศษของสังคมไทยที่เขาต้องการปกป้องคือความป่าเถื่อนและเผด็จการ การอ้างเรื่อง “ความมั่นคง” เป็นเพียงการพยายามสร้างความมั่นคงให้กับผู้ที่กดขี่ขูดรีดประชาชน ไม่ใช่การสร้างความมั่นคงและดีงามกับพลเมืองทั่วไปแต่อย่างใด

    แถลงการณ์นี้เป็นเพียงข้อเสนอที่เราอาจนำมาเป็นจุดร่วมได้ในหมู่คนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตย ส่วนตัวแล้ว ในฐานะนักสังคมนิยม ผมอยากเห็นประเทศเราเดินหน้าต่อไปจากนั้น เพื่อสร้างสังคมที่มีประชาธิปไตยเต็มใบและไม่มีชนชั้น ปราศจากการกดขี่ขูดรีด... ระบบสังคมนิยมนั้นเอง แต่นั้นเป็นเป้าหมายระยะยาว

    ชนชั้นปกครองดูใหญ่โต เข้มแข็ง เมือเรายังคลานอยู่กับพื้น แต่พอเรายืนขึ้นหูตาสว่าง เดินหน้าร่วมกับคนอื่น เราจะเห็นว่าพวกนี้อ่อนแอและน่าสมเพชแค่ไหน

    ในอดีต ไม่ว่าจะช่วง ๒๔๗๕ หรือ๑๔ ตุลา เคยมีความฝันในหมู่ประชาชน ว่าเราจะสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มีความเท่าเทียม เราจะต้องสร้างความฝันนี้ให้เป็นจริงสักที

Footer:

The content of this website belongs to a private person, blog.co.uk is not responsible for the content of this website.